สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร ทำไมคนไทยถึงนิยมใช้
สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) คือเงินกู้ที่สถาบันการเงินปล่อยให้บุคคลทั่วไป โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือผู้ค้ำประกัน วงเงินกู้จะพิจารณาจากรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้สมัคร เมื่ออนุมัติแล้วจะได้เงินเป็นก้อนเดียว แล้วผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือนตามระยะเวลาที่กำหนด
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 13.67 ล้านล้านบาท หลังจากมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2566 และที่น่าสนใจคือ คนรุ่นใหม่เริ่มก่อหนี้เร็วขึ้นผ่านสินเชื่ออุปโภคบริโภคและบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) ต่างจากอดีตที่มักเริ่มก่อหนี้ในช่วงอายุ 20 ปลายๆ
การที่สินเชื่อส่วนบุคคลได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำเงินไปใช้ได้หลายวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ทุนหมุนเวียนธุรกิจเล็กๆ หรือรวมหนี้บัตรเครดิตหลายใบมาเป็นก้อนเดียวเพื่อบริหารจัดการง่ายขึ้น แถมบางเจ้ายังอนุมัติไวภายในวันเดียวผ่านแอปพลิเคชันอีกด้วย
สินเชื่อส่วนบุคคลมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร
สินเชื่อส่วนบุคคลในไทยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามผู้ให้บริการ ได้แก่ สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ สินเชื่อจากบริษัทไฟแนนซ์ และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์หรือพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดเด่นและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา มักให้วงเงินสูงตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท ระยะเวลาผ่อนยาวสูงสุด 60-72 เดือน อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 9.99-25% ต่อปี ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและเครดิตของผู้สมัคร ข้อดีคือดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำกว่าเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการประเภทอื่น แต่เงื่อนไขการอนุมัติค่อนข้างเข้มงวด ต้องมีรายได้ประจำและประวัติเครดิตดี
ส่วนสินเชื่อจากบริษัทไฟแนนซ์และน็อนแบงก์ เช่น เงินติดล้อ อีซี่บาย หรือแอปพลิเคชันสินเชื่อดิจิทัลอย่าง FINNIX มักอนุมัติง่ายกว่า รวดเร็วกว่า บางรายใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็รู้ผล แต่ดอกเบี้ยจะสูงกว่าธนาคาร อยู่ที่ประมาณ 24-33% ต่อปี (คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) และวงเงินมักไม่สูงมากนัก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเงินด่วนหรือมีประวัติเครดิตไม่ผ่านเกณฑ์ของธนาคาร
สำหรับสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ เป็นสินเชื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายย่อยให้บริการได้ วงเงินต่ำสุดเพียงหลักพันถึงหลักหมื่นบาท ดอกเบี้ยสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดคือ 33% ต่อปี เหมาะสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือแรงงานนอกระบบที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อจากธนาคาร
| ประเภทสินเชื่อ | วงเงินโดยประมาณ | ระยะเวลาผ่อน | อัตราดอกเบี้ยโดยประมาณ | จุดเด่น | ข้อควรพิจารณา |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท | สูงสุด 60-72 เดือน | เริ่มต้นราว 9.99-25% ต่อปี | ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง | เงื่อนไขเข้มงวด ต้องมีรายได้ประจำ |
| บริษัทไฟแนนซ์/น็อนแบงก์ | หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท | สูงสุด 60 เดือน | ประมาณ 24-33% ต่อปี | อนุมัติไว เอกสารน้อย | ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง |
| นาโนไฟแนนซ์ | หลักพันถึงหลักหมื่นบาท | สูงสุด 24 เดือน | สูงสุด 33% ต่อปี | เข้าถึงง่าย ไม่ต้องมีหลักฐานรายได้มาก | วงเงินต่ำ ดอกเบี้ยสูง |
วิธีเปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลก่อนตัดสินใจ
ก่อนสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลสักเจ้า คุณควรเปรียบเทียบอย่างน้อย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ค่าธรรมเนียมต่างๆ เงื่อนไขการผ่อนชำระ และชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) เป็นตัวเลขสำคัญที่สุดที่ต้องดู เพราะหลายเจ้าประกาศดอกเบี้ยต่ำเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่ความจริงแล้วอาจมีค่าธรรมเนียมแฝง เช่น ค่าดำเนินการ ค่าประกันสินเชื่อ หรือค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วทำให้ต้นทุนการกู้สูงกว่าที่โฆษณาไว้มาก ควรถามผู้ให้บริการให้ชัดเจนว่า อัตราดอกเบี้ยที่แจ้งเป็นแบบลดต้นลดดอกหรือแบบคงที่ และมีค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีกหรือไม่
ตัวอย่างเช่น สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารซีไอเอ็มบีไทย (CIMB Thai) เรียกเก็บดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 9.99% ต่อปีสำหรับระยะเวลาผ่อน 12 เดือน หากกู้ 30,000 บาท ผ่อน 12 งวด จะจ่ายประมาณ 2,640 บาทต่องวด แต่ถ้าผ่อน 72 เดือน ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นเป็น 22.99% ต่อปี แสดงให้เห็นว่าระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้นส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยโดยรวมมากขึ้น ควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับกำลังเงินของตัวเอง
ค่าธรรมเนียมการชำระคืนก่อนกำหนด บางเจ้าคิดค่าปรับหากคุณต้องการโปะปิดบัญชีก่อนครบกำหนด บางเจ้าไม่คิดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ หากมีแผนจะปิดหนี้ไว ควรเลือกเจ้าไม่มีค่าปรับหรือคิดอัตราที่ต่ำ
ความยืดหยุ่นในการผ่อนชำระ ดูว่ามีช่องทางการชำระเงินกี่ช่องทาง เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส แอปธนาคาร หรือหักบัญชีอัตโนมัติ รวมถึงมีสิทธิ์ขยายเวลาผ่อนหรือพักชำระหนี้ในยามฉุกเฉินหรือไม่
ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือไม่ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตได้จากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย หลีกเลี่ยงการกู้เงินกับแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จักซึ่งอาจเป็นเงินกู้นอกระบบ disguised ในรูปแบบแอปเงินกู้ยอดนิยม
ขั้นตอนการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลให้ผ่านไว
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติและได้วงเงินที่สูงขึ้น ก่อนอื่นให้เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน และเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ เช่น ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
จากนั้นตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรของตัวเองก่อนสมัคร เพราะประวัติการชำระหนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้พิจารณา หากพบว่ามีรายการค้างชำระ ควรรีบปิดหนี้และรอให้ข้อมูลอัปเดตอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนยื่นสมัครใหม่ ปัจจุบันสามารถขอเช็กประวัติเครดิตบูโรได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ โดยมีค่าธรรมเนียมตามที่บริษัทกำหนด
อีกข้อควรรู้คือ การยื่นสมัครหลายที่พร้อมกันอาจส่งผลเสียต่อประวัติเครดิต เพราะสถาบันการเงินจะมองว่าคุณกำลังประสบปัญหาทางการเงินหรือมีความเสี่ยงสูง ควรเลือกยื่นสมัครกับสถาบันการเงินที่มั่นใจว่ามีโอกาสผ่านสูงที่สุดเพียง 1-2 แห่งก่อน หากไม่ผ่านจึงค่อยพิจารณาเจ้าใหม่
สำหรับผู้ที่สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ กระบวนการส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่นาน บางแอปพลิเคชันอนุมัติภายใน 5-10 นาทีและโอนเงินเข้าบัญชีภายในวันเดียว แต่ต้องระวังว่าสินเชื่อที่อนุมัติง่ายมักมาพร้อมดอกเบี้ยสูง ควรอ่านเงื่อนไขในสัญญาให้ละเอียดก่อนกดยอมรับเสมอ
วิธีบริหารหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ให้เป็นภาระเกินตัว
การมีหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การบริหารหนี้ไม่เป็นคือปัญหา ก่อนกู้เงินทุกครั้ง ให้ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระก่อนว่าหนี้ทั้งหมดรวมกันแล้วไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน เช่น ถ้าเงินเดือน 30,000 บาท ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 9,000-12,000 บาทต่อเดือน
ถ้าหนี้ออกจากสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตหลายใบจนรู้สึกว่าเริ่มควบคุมไม่ไหว ให้ลองวิธีรวมหนี้ ด้วยการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลวงเงินก้อนเดียวเพื่อปิดหนี้เดิมทั้งหมด เหลือเพียงเจ้าเดียวที่ต้องผ่อนต่อ วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนงวดที่ต้องจ่ายและอาจได้ดอกเบี้ยที่ต่ำลง
หลีกเลี่ยงการกู้เพิ่มเพื่อเอาไปใช้หนี้เก่า หรือการกู้จากเจ้าใหม่เพื่อปิดเจ้าเก่าเป็นวงจร เพราะจะยิ่งทำให้หนี้พอกพูน ทางที่ดีควรปรึกษาโครงการแก้หนี้ของสถาบันการเงิน หรือหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาด้านหนี้สินของภาครัฐ เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือโครงการคลินิกแก้หนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบริการให้คำปรึกษาฟรี
สุดท้ายนี้ การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลมีข้อดีคือช่วยแก้ปัญหาเงินสดติดขัดได้ทันท่วงที แต่ก็ต้องใช้สติและวินัยในการจัดการ ไม่ควรกู้เกินความจำเป็น และควรเลือกผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สินของคุณ เมื่อเข้าใจหลักการเลือกและบริหารหนี้อย่างถูกต้อง สินเชื่อส่วนบุคคลก็จะเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ภาระที่คอยบั่นทอนคุณภาพชีวิตของคุณ
หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจสมัครสินเชื่อทุกครั้ง