ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลของไทยตอนนี้เป็นแบบไหน
เวลาเปิดหน้าเว็บหรือเลื่อนฟีด จะเห็นโฆษณา สินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ต้องใช้หลักประกัน กันเต็มไปหมด ตั้งแต่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ไปจนถึงสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ระดับจังหวัด ทางเลือกมีเยอะจริง แต่ความต่างของแต่ละเจ้าไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขดอกเบี้ยที่โฆษณาไว้ แต่อยู่ที่เงื่อนไขรายได้ วงเงิน และค่าธรรมเนียมแฝงที่รวมอยู่ในอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง
สิ่งแรกที่ควรรู้คือเพดานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับไว้ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยทั่วไปมีเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) รวมค่าธรรมเนียมแล้วไม่เกินประมาณ 25% ต่อปี ขณะที่สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ให้วงเงินรวมต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท เพดาน EIR ประมาณ 33% ต่อปี และพิโกไฟแนนซ์ซึ่งให้เฉพาะคนที่อาศัยในจังหวัดเดียวกันกับสำนักงานนั้น วงเงินมักไม่เกิน 50,000 บาท เพดาน EIR ราว 36% ต่อปี ตัวเลขพวกนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเจ้าไหนเสนอ "ดอกเบี้ยถูก" แต่พอรวมค่าธรรมเนียมแล้วชนเพดาน แปลว่าคุณกำลังจ่ายแพงกว่าที่คิด
อีกจุดที่คนมักพลาดคือการเทียบดอกเบี้ยแบบผิดวิธี หลายผลิตภัณฑ์โฆษณาเป็นดอกเบี้ยแบบคงที่ต่อเดือน ซึ่งดูต่ำ แต่เมื่อแปลงเป็น EIR แล้วจะสูงกว่าที่เห็นเกือบเท่าตัว การขอดูตารางค่าตอบแทนความเสี่ยงหรือเอกสารเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนเซ็นสัญญา จึงไม่ใช่เรื่องเกินจำเป็น แต่เป็นสิทธิที่ผู้กู้ทำได้ทุกครั้ง
สำหรับคนทำงานประจำ เงื่อนไขรายได้ขั้นต่ำมักอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน และต้องมีสลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือนประกอบ แต่ฟรีแลนซ์ แม่ค้าออนไลน์ หรือคนขับแพลตฟอร์มซึ่งมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ มักเข้าไม่ถึงเงื่อนไขนี้ กลุ่มหลังจึงหันไปใช้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์หรือสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ยืดหยุ่นกว่า ซึ่งยอมรับรายได้ตั้งแต่ราว 8,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปในบางแห่ง
เลือกสินเชื่อให้ตรงกับรายได้และเป้าหมาย
การเลือกให้ตรงไม่ได้หมายถึงเลือกเจ้ามากที่สุด แต่หมายถึงเลือกโครงสร้างการผ่อนที่คุณแบกรับได้ตลอดทั้งสัญญา ถ้าเอาเงินกู้ไปรวมหนี้เดิม ให้ดูว่าค่างวดรวมแล้วไม่เกินหนึ่งในสามของรายได้ต่อเดือน ถ้าเอาไปทำทุนหรือซ่อมบ้าน ให้เลือกสัญญาที่มีระยะผ่อนยาวพอที่จะลดค่างวดลงได้ โดยไม่ต้องแลกกับดอกเบี้ยที่พุ่งเกินจำเป็น
ตัวอย่างจากผู้กู้จริง คุณนภัส ทำงานฝ่ายบัญชีอยู่ที่นวนทบุรี มีรายได้ประจำประมาณ 22,000 บาทต่อเดือน เธอต้องการเงินก้อนราว 150,000 บาทเพื่อปิดหนี้บัตรเครดิตสองใบ สิ่งที่เธอทำคือยื่นขอ สินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยต่ำ กับธนาคารแห่งหนึ่งโดยเลือกผ่อน 60 เดือน แล้วนำเงินก้อนไปปิดยอดบัตรซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงกว่ามาก ผลคือค่างวดต่อเดือนลดลงเกือบครึ่ง และไม่ต้องจ่ายขั้นต่ำหลายใบพร้อมกันอีก ข้อควรระวังคือการปิดบัตรแล้วกลับไปรูดใหม่ ซึ่งจะทำให้ภาระกลับมาซ้ำสองเท่า
อีกกรณีคือคุณสมชาย เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในขอนแก่น รายได้ไม่คงที่และไม่มีสลิปเงินเดือน เขายื่นขอสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์วงเงิน 80,000 บาทเพื่อซื้อตู้แช่และขยายพื้นที่ร้าน เขาเลือกผ่อน 24 เดือนโดยวางแผนให้ค่างวดต่ำกว่ากำไรเฉลี่ยช่วงโลว์ซีซันไว้ก่อน เผื่อเดือนที่ลูกค้าน้อยจะได้ไม่ต้องกู้เพิ่ม
ตารางด้านล่างสรุปทางเลือกหลักที่คนไทยใช้กันบ่อย พร้อมข้อดีข้อจำกัดที่ควรชั่งน้ำหนัก
| ประเภทสินเชื่อ | ตัวอย่างผู้ให้บริการ | วงเงินโดยประมาณ | อัตราดอกเบี้ย/EIR | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|
| สินเชื่อบุคคลธนาคาร | KBank K-Express, Krungthai | 20,000–2,000,000 บาท (กรุงไทยสูงสุด 15 เท่าของรายได้) | เริ่มต้นราว 14.99% ต่อปี | ผ่อนได้นานถึง 84 เดือนในบางแห่ง, มีสาขาให้คำปรึกษา | ต้องการรายได้ประจำและเอกสารครบ |
| สินเชื่อ Non-bank | Promise และสถาบันการเงินรายใหญ่ | 5,000–300,000 บาท | ขึ้นกับProfileผู้กู้ | ยืดหยุ่นเรื่องอาชีพ, อนุมัติเร็ว | EIR สูงกว่าธนาคาร, ควรอ่านเอกสารทุกหน้า |
| นาโนไฟแนนซ์ | ผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาต | ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย | เพดานราว 33% ต่อปี | เข้าถึงกลุ่มรายได้ไม่สม่ำเสมอ | วงเงินจำกัด, เหมาะกับหนี้ระยะสั้น |
| พิโกไฟแนนซ์ | สำนักงานในจังหวัด | ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย | เพดานราว 36% ต่อปี | ขอกู้ได้ในพื้นที่จังหวัดตัวเอง | วงเงินเล็ก, ต้องมีที่อยู่ในจังหวัดนั้น |
| บัตรกดเงินสด | ผู้ออกบัตรรายใหญ่ | ตามวงเงินที่อนุมัติ | สูงกว่าสินเชื่อผ่อนชำระทั่วไป | ถอนใช้ยามฉุกเฉินได้ทันที | หากชำระขั้นต่ำ หนี้จะยาวและดอกเบี้ยสะสมเร็ว |
ก่อนเซ็นสัญญา ควรเช็กอะไรบ้าง
ขั้นแรก ให้คำนวณค่างวดทั้งหมดรวมกันแล้วเทียบกับรายได้สุทธิ ไม่ใช่รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย ถ้าค่างวดเกินหนึ่งในสามของรายได้สุทธิ ให้ลดวงเงินหรือยืดระยะผ่อนลงก่อนยื่น ขั้นต่อมา ขอใบเสนอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อดู EIR ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ค่าปรับกรณีชำระล่าช้า และค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนด เพราะบางสัญญาคิดค่าปิดก่อนกำหนดในอัตราที่ไม่ถูกระบุในโฆษณา
ขั้นที่สาม ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีใบอนุญาตจริง วิธีที่ตรงที่สุดคือค้นรายชื่อในเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีทั้งรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนและพิโกไฟแนนซ์ และคำเตือนเกี่ยวกับแอปปลอมที่แอบอ้างชื่อสถาบันการเงินดัง ขั้นที่สี่ ยื่นขอรายงานข้อมูลเครดิตของตัวเองกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อดูว่ามีประวัติค้างชำระที่อาจทำให้ถูกปฏิเสธหรือถูกคิดดอกเบี้ยในระดับสูงหรือไม่ การตรวจก่อนยื่นช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธซึ่งอาจทำให้คะแนนเครดิตแย่ลง
ขั้นสุดท้าย ถ้าเป็นไปได้ ให้ไปคุยที่สาขาของธนาคารหรือสำนักงานในจังหวัดของคุณโดยตรง เจ้าหน้าที่จะช่วยจำลองตารางผ่อนให้เห็นตัวเลขจริงหลายแบบ สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดและไม่สะดวกเดินทาง สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ในพื้นที่คือช่องทางที่กฎหมายรองรับ และมีสหกรณ์ออมทรัพย์หรือกองทุนในชุมชนเป็นอีกทางเลือกที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อนอกระบบมาก
เรื่องที่ต้องระวังให้มากคือการกู้เพื่อปิดหนี้เดิมโดยไม่ได้แก้ต้นเหตุ ถ้ารายจ่ายยังเกินรายได้ การรีไฟแนนซ์หรือรวมหนี้จะช่วยได้เพียงชั่วคราว และอาจทำให้กลับมากู้ซ้ำในอีกไม่กี่เดือน สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการจัดงบรายเดือนใหม่และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงก่อนยื่นกู้
ก่อนจะตัดสินใจ ลองเขียนตัวเลขสามบรรทัดลงกระดาษ คือรายได้สุทธิต่อเดือน ค่างวดที่จะต้องจ่าย และเงินเหลือใช้หลังหักค่างวด ถ้าบรรทัดสุดท้ายยังพอมีเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอยู่บ้าง แปลว่าแผนนั้นรับไหว จากนั้นค่อยเลือกผู้ให้บริการที่ให้เงื่อนไขตรงกับตัวเลขของคุณ ไม่ใช่เลือกจากโฆษณาที่ขึ้นก่อนในผลค้นหา เงินกู้ที่ดีคือเงินกู้ที่คุณจ่ายหมดได้ตามกำหนด โดยไม่ต้องไปกู้ที่อื่นมาโปะอีกที