หนี้ครัวเรือนสูง สินเชื่อส่วนบุคคลเข้ามาเติมตรงไหน
ตัวเลขหนี้ครัวเรือนล่าสุดอยู่ที่ราว 13.67 ล้านล้านบาท หลังปรับขึ้นจากช่วงที่ลดลงต่อเนื่องหลายไตรมาส รายงานข่าวสายเศรษฐกิจยังชี้ว่าคนรุ่นใหม่เริ่มก่อหนี้เร็วขึ้น ทั้งผ่านบัตรเครดิต บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง และสินเชื่อส่วนบุคคล
ในครอบครัวไทยจำนวนไม่น้อย เหตุผลที่คนไปยื่นกู้ไม่ได้มาจากอยากได้ของใหม่ แต่มาจากค่าเรียนลูก ค่ารักษาพ่อแม่ หรือธุรกิจเล็ก ๆ ที่เงินหมุนขาดช่วง สินเชื่อส่วนบุคคลจึงกลายเป็นทางออกที่หยิบใช้ได้เร็วที่สุดเมื่อเทียบกับสินเชื่อที่มีหลักประกัน
ปัญหาคือความเร็วนี้เองที่ทำให้คนอ่านรายละเอียดน้อยลง มีสามจุดที่เจอบ่อย
หนึ่ง วงเงินที่อนุมัติไม่ตรงกับที่ขอ เพราะธนาคารคิดจากรายได้และประวัติเครดิต ไม่ได้คิดจากความจำเป็นจริง คนที่ต้องการ 200,000 บาทอาจได้เพียง 100,000–150,000 บาท แล้วต้องไปกู้เพิ่มที่อื่น ซึ่งทำให้ภาระผ่อนต่อเดือนบานออกไป
สอง ดอกเบี้ยกับค่าธรรมเนียมถูกรวมกันจนดูไม่ออก ผลิตภัณฑ์หลายตัวโฆษณาว่า "ลดต้นลดดอก" แต่ตัวเลขที่ต้องจ่ายจริงขึ้นอยู่กับระยะผ่อนและวิธีคิดดอกเบี้ย ถ้าดูแค่ค่างวดอย่างเดียว จะไม่เห็นยอดดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญา
สาม รายได้ไม่คงที่ทำให้ผ่อนตึง อาชีพอิสระ พนักงานขายค่าคอมมิชชัน และคนทำงานในเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตหรือสมุย มีรายได้ขึ้นลงตามฤดูกาล เมื่อเจอเดือนรายได้หาย งวดผ่อนยังคงที่
ตัวอย่างประกอบ: คุณพิมพ์ชนก พนักงานบริษัทอายุ 34 ปี ในนนทบุรี ต้องใช้เงินก้อน 150,000 บาท สำหรับค่ารักษาแม่และซ่อมบ้านหลังน้ำเข้า เธอได้รับอนุมัติ 120,000 บาท ดอกเบี้ย 24% ต่อปี ผ่อน 48 งวด เธอเลือกทางนี้เพราะค่างวดอยู่ในระดับที่จ่ายไหว และปิดยอดส่วนที่เหลือด้วยโบนัสตอนปลายปี
ตัวเลขที่ต้องอ่านให้ครบก่อนเลือก
สินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศไทยอยู่ภายใต้เพดานดอกเบี้ยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ โดยธนาคารพาณิชย์คิดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุดได้ไม่เกิน 28% ต่อปี ผลิตภัณฑ์บางตัวจึงคิดต่ำกว่านั้นเพื่อแข่งขันกัน
| ประเภท | ตัวอย่างผู้ให้บริการ | วงเงินโดยประมาณ | ดอกเบี้ยต่อปี | ระยะผ่อน | เหมาะกับ | จุดที่ควรถามเพิ่ม |
|---|
| สินเชื่อเงินก้อน | SCB UP Loan | 10,000–5,000,000 บาท ตามรายได้ | ไม่เกิน 25% | 12–72 งวด | พนักงานประจำและเจ้าของกิจการที่มีรายได้ชัดเจน | วงเงินคิดจากรายได้กี่เท่า มีค่าปิดบัญชีก่อนกำหนดไหม |
| สินเชื่อเงินก้อน | Krungsri iFIN | ตามเกณฑ์รายได้และการอนุมัติ | 21–25% | 24–60 งวด | คนที่อยากผ่อนยาวและรับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก | อัตราดอกเบี้ยตามช่วงวงเงิน เงื่อนไขรายได้ขั้นต่ำ |
| สินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป | ธนาคารและผู้ให้บริการภายใต้การกำกับ | แตกต่างกันตามผู้ให้บริการ | เพดาน 28% | แล้วแต่สัญญา | ผู้มีเครดิตดีและมีเอกสารรายได้ครบ | ค่าธรรมเนียมทั้งหมด ดอกเบี้ยกรณีผิดนัด |
ตัวเลขในตารางเป็นข้อมูลจากหน้าผลิตภัณฑ์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาจเปลี่ยนตามโปรโมชันและผลอนุมัติ ควรขอดูตารางผ่อนจริงจากผู้ให้บริการอีกครั้ง
สิ่งที่คนมักพลาดคือการเทียบ "ดอกเบี้ยต่อปี" แบบตรง ๆ ทั้งที่สัญญาหนึ่งคิดแบบลดต้นลดดอก และอีกสัญญาคิดแบบคงที่ ยอดดอกเบี้ยรวมจึงต่างกันมาก even เมื่อตัวเลขหน้าโฆษณาเท่ากัน วิธีที่ปลอดภัยคือขอให้เจ้าหน้าที่เขียนยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งสัญญาออกมาเป็นตัวเลขเดียว
อีกจุดที่ต้องถามให้ชัดคือค่าธรรมเนียมรอบด้าน ทั้งค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน และค่าปรับเมื่อชำระช้า บางครั้งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในอัตราดอกเบี้ย แต่ทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้น
ใครมีสิทธิ์ และเตรียมอะไรก่อนยื่น
เกณฑ์พื้นฐานของสินเชื่อส่วนบุคคลในไทยมักอยู่ที่อายุ 20–60 ปี มีรายได้ประจำหรือรายได้ที่พิสูจน์ได้ และมีประวัติเครดิตที่ไม่ติดลบ ตัวอย่างที่เปิดเผยบนหน้าผลิตภัณฑ์ของธนาคารแห่งหนึ่งระบุรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน และต้องผ่านการทดลองงานแล้ว
เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลังหลายเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6–12 เดือน และหนังสือรับรองรายได้สำหรับเจ้าของกิจการ ผู้ที่รับงานอิสระควรมีหลักฐานรายรับต่อเนื่อง เพราะธนาคารจะดูความสม่ำเสมอมากกว่ายอดสูงสุดในเดือนใดเดือนหนึ่ง
ตรวจเครดิตบูโรก่อนยื่นเป็นขั้นตอนที่คนข้ามบ่อย หากมีบัญชีที่ค้างชำระหรือใช้เครดิตเกินเพดาน การยื่นซ้ำหลายแห่งในเวลาสั้น ๆ อาจทำให้โอกาสอนุมัติลดลง ยิ่งยื่นพร้อมกันหลายธนาคาร ระบบจะเห็นว่ามีการขอสินเชื่อหลายรายการ
สำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด ทางเลือกไม่ได้มีแค่ธนาคารพาณิชย์ สหกรณ์ออมทรัพย์ในบางจังหวัดและสินเชื่อสวัสดิการของหน่วยงานมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่ใช้เวลานานกว่าและมีเงื่อนไขสมาชิก ถ้าเป็นผู้สูงอายุหรือผู้มีรายได้น้อย ควรเช็กสิทธิ์ในพื้นที่ก่อนไปยื่นสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป เพราะอาจมีโครงการช่วยเหลือที่เหมาะสมกว่า
ถ้าธนาคารไม่อนุมัติ อย่าเพิ่งรีบกู้ที่อื่น
การถูกปฏิเสธไม่ได้แปลว่าหมดทาง แต่แปลว่าข้อมูลรายได้หรือเครดิตยังไม่พอต่อการอนุมัติในผลิตภัณฑ์นั้น
ทางเลือกแรกคือสินเชื่อรวมหนี้ หากมีบัตรเครดิตหรือสินเชื่อหลายก้อนที่ดอกเบี้ยสูง การรวมเป็นก้อนเดียวในอัตราที่ต่ำกว่าอาจช่วยลดค่างวดได้ แต่ต้องดูว่าค่าธรรมเนียมและระยะผ่อนใหม่ไม่ทำให้จ่ายดอกเบี้ยรวมมากกว่าเดิม
ทางเลือกที่สองคือคลินิกแก้หนี้ ซึ่งเป็นช่องทางให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่เริ่มจ่ายไม่ไหวและต้องการปรับโครงสร้างหนี้ โดยไม่ต้องไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงจนควบคุมไม่ได้
ทางเลือกที่สามคือการเจรจากับเจ้าหนี้เดิมโดยตรง ขอขยายระยะผ่อนหรือพักชำระบางงวด หลายแห่งมีมาตรการช่วยลูกค้าที่ประสบปัญหาการเงินอยู่แล้ว
ระวังเพจหรือนายหน้าที่อ้างว่าอนุมัติแน่นอนและเรียกเก็บค่าดำเนินการก่อน หากต้องจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อให้ได้สินเชื่อ ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน เพราะผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายจะไม่เรียกเก็บค่าบริการนำส่งในลักษณะนี้
ก่อนเซ็นสัญญา เช็กลิสต์สั้น ๆ ที่ควรทำให้ครบ
- ขอตารางผ่อนและยอดรวมดอกเบี้ยทั้งสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
- ถามค่าธรรมเนียมทุกประเภท รวมถึงค่าปิดบัญชีก่อนกำหนด
- คำนวณค่างวดให้ไม่เกินหนึ่งในสามของรายได้สุทธิต่อเดือน เผื่อพื้นที่สำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
- ตรวจเครดิตบูโรและแก้ข้อมูลผิดก่อนยื่น
- กู้เท่าที่จำเป็นจริง ไม่กู้เผื่อเพราะวงเงินที่อนุมัติสูงกว่า
- อ่านสัญญาว่าเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล หรือเป็นสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน หากไม่ต้องการเสี่ยงทรัพย์สิน
- เก็บสำเนาสัญญาและใบเสร็จการจ่ายทุกงวดไว้ตรวจสอบ
สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือที่ใช้ถูกจังหวะก็ช่วยให้ชีวิตผ่านช่วงตึงตัวได้ แต่ถ้าเลือกจากความเร็วเพียงอย่างเดียว มันจะกลายเป็นภาระที่ตามไปอีกหลายปี ลองขอตารางผ่อนจากสองหรือสามแห่งมาเทียบกันบนกระดาษแผ่นเดียว แล้วดูว่ายอดรวมที่ต้องจ่ายตลอดสัญญาต่างกันเท่าไร ก่อนตัดสินใจเซ็นชื่อ