ทำไมคนไทยถึงเลือกสินเชื่อส่วนบุคคล
ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่า ยอดสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในประเทศยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาสสองของปีนี้จะปรับขึ้นแตะระดับ 13.67 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าคนไทยใช้สินเชื่อเหล่านี้เพื่อจัดการสภาพคล่อง ทั้งจ่ายค่ารักษาพยาบาล ซ่อมบ้าน ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือรวมหนี้บัตรเครดิตหลายใบให้เป็นก้อนเดียว
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลมีอยู่สามข้อ ข้อแรกคือ ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อน หลายคนดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยหน้ากระดาษ แต่ลืมนับค่าเบี้ยประกัน ค่าอากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่คิด ข้อสองคือ การเปรียบเทียบไม่ครบทุกแหล่ง เพราะแต่ละที่ให้วงเงินและเงื่อนไขต่างกัน ข้อสามคือ การเลือกผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ เช่น กู้ระยะสั้นแต่เลือกผ่อนยาว ทำให้จ่ายดอกเบี้ยเกินจำเป็น
เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลให้เห็นภาพ
ก่อนตัดสินใจ ควรเทียบข้อมูลสำคัญเป็นตาราง เพื่อให้เห็นความต่างของแต่ละทางเลือกชัดเจนขึ้น
| ประเภทผู้ให้บริการ | ตัวอย่าง | อัตราดอกเบี้ยโดยประมาณ | เหมาะสำหรับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ | เริ่มต้นต่ำกว่า 15% ต่อปี | ผู้มีเงินเดือนประจำ เครดิตดี | ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูงถึงหลายแสนบาท | เอกสารเยอะ อนุมัติใช้เวลาหลายวัน |
| สินเชื่อดิจิทัล / นาโนไฟแนนซ์ | FINNIX, แอปสินเชื่อแบงก์ | สูงถึง 25% ต่อปี ตามเพดาน ธปท. | ผู้ที่ต้องการอนุมัติไว ได้เงินในวันเดียว | สมัครผ่านแอป ไม่ต้องใช้หลักฐานเยอะ | ดอกเบี้ยสูง วงเงินจำกัด เหมาะกับวงเงินเล็ก |
| สินเชื่อมีทะเบียนรถค้ำประกัน | บริษัทไฟแนนซ์และน็อนแบงก์ | ขึ้นกับสภาพรถและเครดิต | เจ้าของรถที่ต้องการวงเงินสูง | วงเงินสูง ดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน | เสี่ยงเสียรถหากผิดนัดชำระ |
| สหกรณ์ออมทรัพย์ | สหกรณ์ตามหน่วยงาน | ต่ำเมื่อเทียบกับตลาด | สมาชิกสหกรณ์ | ดอกเบี้ยต่ำมาก เงื่อนไขเป็นมิตร | ต้องเป็นสมาชิกและมีหุ้นสะสม |
| ข้อมูลอัตราดอกเบี้ยอาจปรับเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละสถาบัน ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนสมัครเสมอ | | | | | |
วิธีเลือกสินเชื่อให้ตรงกับความต้องการจริง
1. สำรวจตัวเองก่อนกู้
เริ่มจากถามตัวเองว่ากู้ไปเพื่ออะไร กู้เพื่อรวมหนี้บัตรเครดิต กู้เพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือกู้เพื่อลงทุน คำตอบจะบ่งบอกว่าควรเลือกสินเชื่อแบบไหน ถ้าต้องการใช้เงินระยะสั้นไม่เกินหนึ่งปี สินเชื่อวงเงินหมุนเวียนอาจยืดหยุ่นกว่า แต่ถ้าต้องผ่อนรายเดือนยาวๆ สินเชื่อแบบผ่อนชำระจะคำนวณค่างวดได้ชัดเจนกว่า
2. เช็คเครดิตบูโรก่อนสมัคร
คนไทยจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองมีประวัติการชำระเงินที่ติดลบ จนกระทั่งถูกปฏิเสธสินเชื่อ วิธีง่ายๆ คือขอรายงานเครดิตจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อเครดิตบูโร เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล หากพบรายการผิดปกติสามารถยื่นขอแก้ไขได้ก่อนสมัครสินเชื่อ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติได้มาก
3. เปรียบเทียบดอกเบี้ยแบบแท้จริง
อย่าดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกหน้าตาราง ให้คำนวณเป็น อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) ซึ่งรวมค่าธรรมเนียมต่างๆ เข้าไปด้วย ธนาคารและบริษัทสินเชื่อในไทยต้องแสดงข้อมูลนี้ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่แล้ว ใช้ตัวเลขนี้เปรียบเทียบระหว่างผู้ให้บริการจะแม่นยำกว่า
4. เลือกระยะเวลาผ่อนที่สมเหตุสมผล
ยิ่งผ่อนนาน ค่างวดยิ่งต่ำ แต่ดอกเบี้ยรวมยิ่งสูง ยกตัวอย่างวงเงินกู้ 100,000 บาท หากผ่อน 24 งวด ดอกเบี้ยรวมจะน้อยกว่าการผ่อน 60 งวดอย่างมีนัยสำคัญ แต่ค่างวดต่อเดือนจะสูงกว่า ให้เลือกจังหวะที่ค่างวดไม่เกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน เพื่อไม่ให้กระทบการใช้ชีวิต
5. อ่านเงื่อนไขก่อนเซ็นทุกครั้ง
จุดที่หลายคนพลาดคือค่าปรับชำระหนี้ก่อนกำหนด บางแห่งคิดค่าธรรมเนียมสูงพอสมควร หากมีแผนจะโปะปิดก่อนครบกำหนด ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ชำระคืนก่อนกำหนดโดยไม่มีค่าปรับหรือคิดค่าปรับต่ำ
กรณีตัวอย่างจากผู้ใช้จริง
คุณพิมพ์ใจ อายุ 32 ปี พนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ มีหนี้บัตรเครดิตสามใบรวมประมาณ 180,000 บาท ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเฉลี่ยอยู่ที่ 18-20% ต่อปี เธอเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ทั้งหมด ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และผ่อนคืนในระยะเวลาสี่ปี ผลลัพธ์คือยอดผ่อนต่อเดือนลดลงประมาณ 40% เธอมีเงินเหลือใช้จ่ายรายเดือนมากขึ้น และยังปิดหนี้บัตรเครดิตได้หมด ทำให้เครดิตสกอร์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
อีกกรณีคือคุณสมชาย เจ้าของร้านอาหารในเชียงใหม่ ต้องการเงินทุนหมุนเวียนช่วงโลว์ซีซัน เขาใช้สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน เพราะได้วงเงินสูงกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน และอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เขาย้ำว่าสิ่งสำคัญคือวางแผนรายได้ให้แน่ใจว่าจ่ายค่างวดไหว เพราะไม่อยากเสียรถที่ใช้ทำมาหากิน
ขั้นตอนปฏิบัติสำหรับผู้เริ่มต้น
- ตรวจสอบภาระหนี้ปัจจุบัน รวมยอดหนี้ทั้งหมดและคำนวณอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ หากเกิน 50% ควรปรึกษาหน่วยงานให้คำปรึกษาทางการเงินก่อน
- ขอรายงานเครดิตบูโร เพื่อรู้สถานะเครดิตของตัวเอง
- เปรียบเทียบสินเชื่ออย่างน้อย 3 แหล่ง ทั้งธนาคาร น็อนแบงก์ และสินเชื่อดิจิทัล
- คำนวณค่างวดล่วงหน้า ใช้เครื่องคำนวณสินเชื่อออนไลน์ของแต่ละธนาคาร เพื่อจำลองค่างวดและดอกเบี้ยรวม
- ยื่นสมัครทีละแห่ง ไม่ควรยื่นหลายที่พร้อมกัน เพราะการสอบถามเครดิตหลายครั้งในช่วงเวลาใกล้กันอาจส่งผลต่อการพิจารณา
- เก็บเอกสารให้พร้อม สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน และเอกสารแสดงรายได้เสริม ช่วยให้การอนุมัติเร็วขึ้น
สำหรับผู้ที่อาศัยในต่างจังหวัด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยที่ดอกเบี้ยเป็นมิตรกว่าตลาดทั่วไป รวมถึงหน่วยงานอย่างบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่ช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลัง หากใช้ให้ถูกวิธี แต่ก็เป็นดาบสองคมหากใช้โดยไม่วางแผน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดอกเบี้ยต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับกระแสเงินสดและแผนการใช้ชีวิตของคุณมากที่สุด เริ่มต้นจากกู้น้อยกว่าที่ต้องการสักเล็กน้อย เพื่อให้มีเผื่อเหลือสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แล้วคุณจะพบว่าหนี้ที่จัดการได้คือหนี้ที่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด