ภาระที่วนซ้ำในชีวิตคนทำงาน
คนจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นจากการคิดว่าธนาคารไม่รับตัวเอง เพราะไม่มีสลิปเงินเดือนหรือเคยถูกปฏิเสธมาก่อน จึงหันไปกู้เงินนอกระบบ ดอกเบี้ยรายวัน หรือโรงรับจำนำ ซึ่งคิดต้นทุนเร็วกว่าที่คิดมาก เงินก้อนเล็กที่ได้มายังกลายเป็นภาระที่ตามมาหลายเดือน บางรายต้องกู้ก้อนใหม่มาปิดก้อนเก่า จนยอดรวมโตขึ้นเรื่อย ๆ
อีกจุดที่คนพลาดบ่อยคืออ่านอัตราดอกเบี้ยแบบไม่แยกประเภท ดอกเบี้ยแบบคงที่คิดจากเงินต้นตั้งต้นทั้งก้อนทุกงวด จึงจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าแบบลดต้นลดดอกในอัตราที่ประกาศเท่ากัน ตัวเลข 0.8% ต่อเดือนที่เห็นในโฆษณาอาจดูเล็ก แต่เมื่อคิดรวมตลอดสัญญาแล้วต่างกันได้หลายพันบาท สินเชื่อส่วนบุคคลที่คิดแบบลดต้นลดดอกจึงมักคุ้มกว่าสำหรับคนที่ตั้งใจปิดหนี้ก่อนกำหนด
ปัญหาที่สามคือกลุ่มรายได้ไม่ประจำ ฟรีแลนซ์ ไรเดอร์ แม่ค้าออนเดอร์ ช่างรับเหมา เข้าใจว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ ทั้งที่ผู้ให้บริการหลายรายรับรายได้จากstatement ธนาคารย้อนหลังหรือหลักฐานการโอนเงินแทนสลิปเงินเดือนได้ และปัญหาที่สี่คือการถือหนี้หลายก้อนพร้อมกัน ภาระค่างวดรวมต่อรายได้เกินเกณฑ์ของธนาคาร ทำให้ใบสมัครถูกปฏิเสธ แม้รายได้จะพอเลี้ยงตัวเองก็ตาม
ตารางเทียบเจ้าหนี้ก่อนตัดสินใจ
| ประเภทผู้ให้บริการ | ตัวอย่างช่องทาง | ดอกเบี้ยที่พบ | เหมาะกับ | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน | ไม่เกิน 28% ต่อปี | พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือน | ดอกเบี้ยต่ำสุดในตลาด วงเงินสูง | เอกสารหลายรายการ อนุมัติช้ากว่า |
| สินเชื่อดิจิทัล | แอปของสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาต | โดยทั่วไปไม่เกิน 25% ต่อปี | คนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องการความเร็ว | สมัครจากที่ไหนก็ได้ อนุมัติไว | วงเงินเริ่มต้นไม่สูง |
| ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย | สินเชื่อทะเบียนรถ สินเชื่อบุคคล | ใกล้เพดาน 28% ต่อปี | คนมีรถหรือรายได้ไม่ประจำ | ยืดหยุ่นเรื่องเอกสาร | ต้นทุนรวมสูงกว่าธนาคาร |
| นาโนไฟแนนซ์ | เครือข่ายร้านค้าในต่างจังหวัด | ไม่เกิน 33% ต่อปี | รายได้น้อย ไม่มีหลักประกัน | เข้าถึงง่ายในพื้นที่ห่างไกล | วงเงินจำกัด ระยะผ่อนสั้น |
| สหกรณ์ออมทรัพย์ | สินเชื่อสมาชิก | ต่ำกว่าตลาดชัดเจน | ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ | หักเงินเดือนอัตโนมัติ | ต้องเป็นสมาชิกและส่งหุ้นตามข้อบังคับ |
ตัวเลขในตารางคือเพดานหรือช่วงที่พบทั่วไปตามประเภทผู้ให้บริการ ไม่ใช่ข้อเสนอเฉพาะราย เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระหนี้ และประวัติการชำระของแต่ละคน
จับคู่เจ้าหนี้กับรูปแบบรายได้
พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือน
คุณนภา วัย 34 พนักงานบัญชีในกรุงเทพ เคยถือหนี้บัตรเครดิตสามใบและจ่ายขั้นต่ำทุกเดือนuntilยอดไม่ลดลง เธอขอstatementย้อนหลังหกเดือนจากธนาคาร ยื่นสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เลือกแบบลดต้นลดดอกและล็อกงวดผ่อนให้ไม่เกินหนึ่งในสามของเงินเดือน ผลคือดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาน้อยกว่าที่จ่ายผ่านบัตรเดิม และมีกำหนดวันปิดหนี้ชัดเจน
ฟรีแลนซ์ ไรเดอร์ และแม่ค้าออนไลน์
คุณต๊ะ วัย 29 ไรเดอร์ในเชียงใหม่ ไม่มีสลิปเงินเดือน แต่มีรายได้เข้าบัญชีทุกวันและมีประวัติเดินบัญชีต่อเนื่อง เขาเริ่มจากสินเชื่อส่วนบุคคลวงเงินเล็กผ่านแอปของสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาต ใช้เงินก้อนนั้นซื้ออุปกรณ์ซ่อมรถและสำรองค่ารักษาพยาบาล ข้อที่เขาทำถูกคือกู้เท่าที่จำเป็น ผ่อนสั้น และไม่เปิดวงเงินใหม่ระหว่างที่ยังผ่อนอยู่
ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอย่างระยองและชลบุรี พนักงานโรงงานจำนวนมากใช้สินเชื่อสวัสดิการของบริษัทหรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนควบคู่กับการออมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ เพราะดอกเบี้ยต่ำและหักจากเงินเดือนโดยตรง ลดโอกาสพลาดงวด
ก่อนเซ็นสัญญา เช็กสี่ข้อนี้
- ขอดูตารางผ่อนทั้งหมด ไม่ใช่แค่ค่างวดแรก แล้วเทียบว่าดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาเป็นเท่าไร
- รวมค่าธรรมเนียมการยื่น ค่าประกันภัย ค่าปรับล่าช้า เข้าไปในต้นทุนจริง
- ถามให้ชัดว่าปิดบัญชีก่อนกำหนดได้หรือไม่ และมีค่าปรับเท่าไร
- ตรวจเครดิตบูโรของตัวเองก่อนยื่นสินเชื่อส่วนบุคคลกับทุกเจ้า เพื่อรู้ว่ามีข้อมูลใดที่ทำให้ถูกปฏิเสธ
ข้อสี่สำคัญกว่าที่คิด เพราะการยื่นหลายที่รวดเดียวจะยิ่งทำให้ดูเป็นลูกค้าที่มีภาระหนี้สูง
ความช่วยเหลือที่มีอยู่ในประเทศ
หากเริ่มจ่ายไม่ไหว การโปะหนี้ด้วยเงินกู้นอกระบบมักทำให้สถานการณ์แย่ลง ทางออกที่ถูกกว่าคือคุยกับเจ้าหนี้เพื่อขยายงวด หรือขอคำปรึกษาจากศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยทางสายด่วน 1213 ซึ่งให้ข้อมูลเรื่องสิทธิของผู้กู้และช่องทางร้องเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ที่มีหนี้หลายก้อนสามารถดูเงื่อนไขของคลินิกแก้หนี้ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ว่าตัวเองเข้าเกณฑ์หรือไม่ และตรวจรายงานเครดิตของตัวเองผ่านช่องทางของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติเพื่อดูว่ามีบัญชีใดค้างชำระอยู่
การเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลให้คุ้มไม่ได้ขึ้นกับว่าใครอนุมัติเร็วที่สุด แต่ขึ้นกับว่าค่างวดที่ต้องจ่ายทุกเดือนยังเหลือเงินกินอยู่หรือไม่ เริ่มจากเปิดรายการเดินบัญชีย้อนหลังสามเดือน เขียนรายรับรายจ่ายจริง แล้วค่อยเลือกเจ้าหนี้ที่ตรงกับชีวิตคุณ ที่สำคัญคือก่อนลงชื่อในสัญญา ให้อ่านตารางผ่อนทั้งฉบับจนจบ แล้วถามตัวเองอีกครั้งว่าเงินก้อนนี้จะช่วยให้สถานะการเงินดีขึ้นจริงหรือแค่เลื่อนปัญหาไปข้างหน้า