ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลไทยตอนนี้เป็นอย่างไร
รายงานล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยสะท้อนภาพชัดว่า สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ได้เป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็ก ๆ อีกต่อไป ยอดคงค้างของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ไม่นับสินเชื่อที่ใช้ทะเบียนรถเป็นหลักประกัน) แตะระดับหลักแสนล้านบาท และมีบัญชีที่ยังเปิดอยู่เกือบสี่ล้านบัญชีทั่วประเทศ ตัวเลขนี้บอกอะไรกับเราบ้าง มันบอกว่าการกู้แบบไม่ใช้หลักประกันกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินปกติของครัวเรือนไทยไปแล้ว ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายเหมือนในอดีต
แต่ความสะดวกก็มาพร้อมความเสี่ยงที่ต่างกันไปตามกลุ่มคน สามกลุ่มที่เจอปัญหาบ่อยที่สุดในตอนนี้คือ พนักงานเงินเดือนที่รายได้ประจำแต่ภาระหนี้หลายก้อน อาชีพอิสระและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่พิสูจน์รายได้ยาก และคนวัยใกล้เกษียณที่แม้อยากกู้ก็ติดเกณฑ์อายุของผู้ให้บริการ
ปัญหาของกลุ่มแรกไม่ใช่กู้ไม่ผ่าน แต่คือกู้ผ่านหลายที่จนภาระผ่อนต่อเดือนเกิน 40% ของรายได้ กลุ่มที่สองมักเจอคำถามว่า "มีสลิปเงินเดือนไหม" ทั้งที่รายได้จากการขายออนไลน์อาจสูงกว่าพนักงานประจำด้วยซ้ำ ส่วนกลุ่มที่สามเจอเพดานอายุและเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาผ่อนที่สั้นลง ทำให้ค่างวดต่อเดือนสูงกว่าที่ควร
นอกจากนี้ยังมีอีกชั้นของปัญหา คือผู้ให้บริการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับ หลายรายโฆษณาผ่านแอปและโซเชียลด้วยข้อความที่ดูง่าย แต่พอคำนวณดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันแล้วสูงเกินเพดานที่กฎหมายไทยกำหนดไว้มาก
เพดานดอกเบี้ยและวงเงินที่ควรรู้
จุดที่คนกู้มองข้ามบ่อยที่สุดคือการเทียบดอกเบี้ยจากตัวเลขโฆษณา ทั้งที่ควรเทียบจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี ซึ่งรวมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นเข้าไปแล้ว สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่ใช้หลักประกันและอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เพดานอยู่ที่ไม่เกิน 28% ต่อปี ขณะที่สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ซึ่งเหมาะกับคนรายได้ไม่สม่ำเสมอมีเพดานรวมค่าธรรมเนียมไม่เกิน 33% ต่อปี และวงเงินต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ซึ่งให้บริการในระดับจังหวัดมีเพดานไม่เกิน 36% ต่อปี วงเงินมักไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย และผู้กู้ต้องมีภูมิลำเนาในจังหวัดเดียวกับที่ตั้งสำนักงาน
เรื่องวงเงินก็ต้องดูให้ดี ผู้ให้บริการแต่ละรายคำนวณจากรายได้ต่อเดือนและประวัติการชำระหนี้ โดยทั่วไปวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารจะอยู่ที่ประมาณหลายเท่าของรายได้ต่อเดือนและมีเพดานสูงสุดต่อรายชัดเจน เช่น ผลิตภัณฑ์บางตัวอนุมัติได้ถึง 5 เท่าของรายได้แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อนาโนและพิโกมีเพดานวงเงินต่ำกว่ามากแต่เข้าถึงง่ายกว่า
| ประเภทผู้ให้บริการ | ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ | วงเงินโดยประมาณ | อัตราดอกเบี้ยรวมต่อปี | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลธนาคาร | Krungsri iFIN | ถึง 5 เท่าของรายได้ ไม่เกิน 2 ล้านบาท | ประมาณ 21%–25% หรือสูงสุดไม่เกินเพดาน 28% | ผ่อนได้ 12–60 เดือน ดอกเบี้ยลดต้นลดดอก | ต้องมีรายได้ประจำและเอกสารครบ |
| สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ | ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง | ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย | ไม่เกิน 33% | พิจารณารายได้ไม่สม่ำเสมอ | วงเงินเล็ก เหมาะกับเงินหมุนระยะสั้น |
| สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ | ผู้ให้บริการระดับจังหวัด | ไม่เกิน 50,000–100,000 บาทต่อราย | ไม่เกิน 36% | เข้าถึงคนต่างจังหวัดได้ดี | ต้องอยู่จังหวัดเดียวกันกับสำนักงาน |
| สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน | สินเชื่อรถยนต์เพื่อการอุปโภคบริโภค | ตามมูลค่ารถและรายได้ | โดยทั่วไปไม่เกินเพดาน 28% | อนุมัติง่ายกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน | เสี่ยง losing รถหากผิดนัด |
| ผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาต | แอปหรือเพจกู้เงินนอกระบบ | ไม่มีมาตรฐานชัดเจน | อาจสูงเกินเพดานกฎหมาย | อนุมัติเร็วมาก | ไม่มีหน่วยงานคุ้มครอง ควรหลีกเลี่ยง |
เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับชีวิตจริง
พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือนและรายการเดินบัญชีย้อนหลังสักครึ่งปีควรเริ่มจากสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารก่อน เพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าและมีทางเลือกเรื่องระยะเวลาผ่อนมากกว่า การกู้ผ่านแอปของธนาคารที่ใช้เงินเดือนเข้าบัญชีเดียวกันยังช่วยให้เอกสารน้อยลงและรู้ผลเร็วขึ้นด้วย
เคสที่พบได้บ่อยคือพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแถบระยองและชลบุรีที่อยากรวมหนี้บัตรเครดิตสามใบไว้ที่เดียว ทางออกที่ได้ผลคือยื่นกู้สินเชื่อส่วนบุคคลกับธนาคารที่เงินเดือนเข้า แล้วปิดบัญชีบัตรทีละใบ ข้อสำคัญคือต้องถามค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีก่อนกำหนดของบัตรแต่ละใบ เพราะถ้าค่าธรรมเนียมสูงจนกลบดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ การรวมหนี้ก็ไม่คุ้ม
อาชีพอิสระและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดหรือขายออนไลน์ควรดูสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ซึ่งออกแบบมาสำหรับรายได้ที่ไม่เท่ากันทุกเดือนโดยเฉพาะ หลายรายในเชียงใหม่และขอนแก่นใช้ช่องทางนี้หมุนเงินช่วงสต็อกสินค้า แล้วค่อยปิดเมื่อขายของหมดรอบ สิ่งที่ต้องระวังคือวงเงินเล็กทำให้ต้องกู้บ่อย หากไม่ได้วางแผนปิดหนี้ให้จบ อาจกลายเป็นวงจรกู้ใหม่ใช้หนี้เก่า
ส่วนคนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดและไม่สะดวกเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์เป็นทางเลือกที่ใกล้ตัวกว่า แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการมีใบอนุญาตและมีสำนักงานจริงในจังหวัดนั้น ไม่ใช่แค่เพจที่โพสต์ข้อความรับกู้
เอกสารและขั้นตอนที่ต้องเตรียม
การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดโอกาสถูกปฏิเสธและทำให้ต่อรองเงื่อนไขได้ง่ายขึ้น
- ตรวจรายงานเครดิตของตัวเองก่อนยื่นกู้ ตามสิทธิ์ที่กำหนดไว้ต่อปี ถ้ามีหนี้ค้างชำระหรือบัญชีที่ปิดไม่สมบูรณ์ ควรเคลียร์ก่อน
- เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนหรือรายการเดินบัญชี และหลักฐานรายได้อื่นถ้ามี
- ขอใบเสนอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วเทียบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี ไม่ใช่ดอกเบี้ยช่วงโปรโมชัน
- ถามเรื่องค่าธรรมเนียมปิดบัญชีก่อนกำหนด ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน และค่าปรับกรณีผ่อนช้า
- คำนวณค่างวดให้ไม่เกิน 30%–40% ของรายได้สุทธิต่อเดือน เผื่อเงินสำรองไว้ด้วย
- อย่าโอนเงินค่าดำเนินการใด ๆ ก่อนได้รับเงินกู้ และไม่ควรให้รหัส OTP กับใครทั้งสิ้น
หากพบผู้ให้บริการที่คิดดอกเบี้ยเกินเพดานหรือมีพฤติกรรมไม่เป็นธรรม สามารถปรึกษาศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยได้ หรือตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ก่อนเซ็นชื่อตรงช่องลงนาม
สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เมื่อใช้กับความจำเป็นจริงและวางแผนคืนได้ตามกำหนด สิ่งที่แยกคนที่กู้อย่างปลอดภัยออกจากคนที่จมหนี้ไม่ได้อยู่ที่วงเงิน แต่อยู่ที่การรู้เพดานดอกเบี้ยของตัวเอง รู้ภาระผ่อนจริงต่อเดือน และรู้ว่าทางเลือกไหนเหมาะกับรูปแบบรายได้ของตัวเอง
ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองเริ่มจากการขอใบเสนอเงื่อนไขจากสองหรือสามแห่งมาเทียบกันก่อน ใช้เวลาสักสองสามวันอ่านตัวเลขให้ละเอียด แล้วค่อยตัดสินใจ ทางเลือกที่ดีที่สุดมักไม่ใช่เจ้าแรกที่อนุมัติเร็วที่สุด แต่คือเจ้าที่ทำให้คุณผ่อนไหวทุกเดือนโดยไม่ต้องกู้เพิ่มเพื่อปิดมัน