ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผู้กู้ควรเข้าใจก่อน
สินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศไทยมีผู้ให้บริการหลายชั้น ตั้งแต่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทสินเชื่อรายย่อยที่จดทะเบียน ไปจนถึงสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ในระดับจังหวัด ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทยสะท้อนว่า ยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลของทั้งกลุ่มสถาบันการเงินและกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินอยู่ในระดับหลายแสนล้านบาทต่อปี และมีบัญชีผู้กู้รวมกันหลายล้านบัญชี แปลว่าคุณไม่ได้เดินคนเดียวในเรื่องนี้ แต่ก็แปลว่าตลาดมีตัวเลือกมากพอที่จะทำให้คนตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายเช่นกัน
อุปสรรคแรกที่คนกู้เจอบ่อยคือ ดอกเบี้ยที่โฆษณาไว้กับต้นทุนที่จ่ายจริงไม่เท่ากัน หลายแห่งพูดถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ซึ่งดูต่ำ เพราะคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นตั้งต้นทุกงวด แม้เงินต้นจะลดลงไปเรื่อย ๆ แต่ดอกเบี้ยไม่ได้ลดตาม ทำให้ต้นทุนต่อปีที่แท้จริงสูงกว่าตัวเลขบนใบปลิวอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าอยากเทียบให้เป็นธรรม ต้องถามให้ชัดว่าเป็นแบบลดต้นลดดอกหรือแบบคงที่ และขออัตราดอกเบี้ยต่อปีที่รวมค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว
อุปสรรคที่สองคือ ภาระผ่อนต่อเดือนไม่สัมพันธ์กับรายได้จริง เกณฑ์ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาคือสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ราวไม่เกินสี่สิบถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้สุทธิต่อเดือน หลายคนยื่นกู้เต็มวงเงินที่อนุมัติได้ แล้วพบว่าครึ่งหนึ่งของเงินเดือนหายไปกับค่างวด จนต้องไปกู้เพิ่มเพื่อใช้ชีวิต
อุปสรรคที่สามคือกลุ่มอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ พนักงานส่งของ และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ซึ่งรายได้ไม่คงที่และเอกสารไม่ครบ กลุ่มนี้มักถูกผลักไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ต้นทุนสูงกว่า หรือแย่กว่านั้นคือถูกชักชวนเข้าสู่ lender นอกระบบที่มีสัญญาไม่คุ้มครอง
เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความจำเป็น
หัวใจของการเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกันคือการแยกให้ออกว่าเงินที่ยืมไปใช้ทำอะไร และจะคืนได้ภายในกี่เดือน ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายก้อนเดียว เช่น ปรับปรุงบ้านหรือค่ารักษา ควรเลือกสินเชื่อแบบมีกำหนดชำระที่ผ่อนเท่ากันทุกเดือน ถ้าเป็นเรื่องฉุกเฉินระยะสั้นและใช้ไม่บ่อย บัตรเงินสดหรือวงเงินหมุนเวียนอาจยืดหยุ่นกว่า แต่ต้องเข้าใจว่าดอกเบี้ยคิดเป็นรายวันและจะสูงกว่าสินเชื่อแบบมีกำหนดชำระ
ตารางเปรียบเทียบตัวเลือกที่พบบ่อยในตลาด
| ประเภทผู้ให้บริการ | ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ | อัตราดอกเบี้ยต่อปี | วงเงิน | ระยะเวลาผ่อน | จุดเด่น | ข้อควรพิจารณา |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ของธนาคารกรุงศรี (Krungsri iFIN) | 21%–25% | สูงสุด 2 ล้านบาท หรือ 5 เท่าของรายได้ | 12–60 เดือน | อนุมัติเร็วผ่านแอป ไม่ต้องมีคนค้ำ | ต้องมีรายได้ประจำและเอกสารครบ |
| บริษัทสินเชื่อรายย่อย | AEON One Loan | 15.99%–24% | ตามการพิจารณารายได้ | 12–60 เดือน | ผ่อนเท่ากันทุกงวด วางแผนง่าย | ต้องมีประวัติการเงินที่มั่นคง |
| บัตรเงินสด / วงเงินหมุนเวียน | AEON Cash Card | 22%–25% | ตามวงเงินที่อนุมัติ | หมุนเวียน | เบิกใช้เมื่อจำเป็น ยืดหยุ่น | ดอกเบี้ยคิดรายวัน ใช้เกินตัวง่าย |
| สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ | ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต | ไม่เกิน 33% (แบบรวมค่าธรรมเนียม) | ไม่เกิน 100,000 บาท | สั้นถึงปานกลาง | เข้าถึงอาชีพรายได้ไม่คงที่ | ต้นทุนสูงกว่าสินเชื่อธนาคาร |
| พิโกไฟแนนซ์ระดับจังหวัด | ผู้ให้บริการในจังหวัด | ไม่เกิน 36% (แบบรวมค่าธรรมเนียม) | ไม่เกิน 50,000 บาท | สั้น | เข้าถึงคนในพื้นที่ เอกสารยืดหยุ่น | วงเงินเล็ก ไม่เหมาะกับหนี้ก้อนใหญ่ |
เพดานอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับอยู่ที่ประมาณ 25% ต่อปีเมื่อนับรวมค่าธรรมเนียม จึงเป็นตัวเลขที่ใช้เช็กได้ว่าข้อเสนอที่ได้รับมานั้นอยู่ในกรอบหรือไม่ ถ้าผลิตภัณฑ์ใดให้ตัวเลขสูงกว่านี้มาก ให้ตั้งคำถามทันทีว่าคุณกำลังคุยกับผู้ให้บริการประเภทไหน
กรณีตัวอย่างจากผู้กู้
คุณแนนเป็นพนักงานบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมแถบชลบุรี มีหนี้บัตรเครดิตสามใบและสินเชื่อส่วนบุคคลเดิมอีกหนึ่งรายการ เงินเดือนประมาณสามหมื่นกว่าบาทแต่ค่างวดรวมกันเกินครึ่งหนึ่งของรายได้ เธอเริ่มจากขอดูรายงานข้อมูลเครดิตของตัวเอง แล้วยื่นขอสินเชื่อใหม่เพื่อรวมหนี้เป็นก้อนเดียวที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งอนุมัติวงเงินเพียงพอปิดบัตรทั้งสามใบและเหลือระยะผ่อนห้าสิบสี่เดือน ผลลัพธ์คือค่างวดต่อเดือนลดลง และมีกำหนดวันปลดหนี้ที่ชัดเจนแทนการจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ สิ่งที่เธอทำถูกคือไม่กู้เพิ่มเพื่อใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และหยุดใช้บัตรเดิมหลังปิดบัญชี
อีกกรณีคือพ่อค้าอาหารตามสั่งในเชียงใหม่ที่รายได้ดีแต่ไม่มีสลิปเงินเดือน เขาถูกเสนอสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่า จึงเลือกยื่นกับสหกรณ์ออมทรัพย์ในพื้นที่และใช้สมุดบัญชีรายรับรายรับย้อนหลังหกเดือนเป็นหลักฐานรายได้ แม้จะใช้เวลานานกว่าการสมัครผ่านแอป แต่ภาระดอกเบี้ยตลอดสัญญาต่ำกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนยื่นคำขอ ควรทำอะไรบ้าง
เริ่มจากทำตารางรายรับรายได้ให้เห็นตัวเลขจริง หลังหักค่าเช่า ค่ากิน ค่าเดินทาง และหนี้เดิมที่ต้องจ่าย แล้วกำหนดเพดานค่างวดที่รับได้ไว้ล่วงหน้า อย่าให้เกินหนึ่งในสามของรายได้สุทธิหากยังมีค่าใช้จ่ายผันผวนอื่น ๆ
ตรวจสอบข้อมูลเครดิตของตัวเองก่อนยื่น เพราะรายงานที่มีข้อมูลผิดหรือบัญชีที่ถูกละเลยจะทำให้ผลอนุมัติออกมาไม่ตรงกับที่ควรเป็น หากพบรายการที่ปิดบัญชีแล้วแต่ยังค้างอยู่ ให้ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อแก้ไขก่อน
ยื่นขอใบเสนอ sanction จากผู้ให้บริการอย่างน้อยสองแห่ง แล้วเทียบด้วยตัวเลขเดียวกันทั้งสี่ค่า คือวงเงิน ระยะเวลาผ่อน ค่างวดต่อเดือน และอัตราดอกเบี้ยต่อปีแบบลดต้นลดดอก ห้ามเทียบระหว่างดอกเบี้ยคงที่ของรายหนึ่งกับดอกเบี้ยลดต้นลดดอกของอีกราย
อ่านสัญญาในส่วนที่คนมักข้าม ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับกรณีชำระล่าช้า เงื่อนไขการปิดบัญชีก่อนกำหนด และข้อกำหนดว่าหากผิดนัดจะคิดดอกเบี้ยอย่างไร เอกสารเหล่านี้ต้องอ่านให้จบก่อนเซ็น
แหล่งข้อมูลท้องถิ่นที่ใช้ได้จริง ได้แก่ สายด่วนธนาคารแห่งประเทศไทย 1213 ซึ่งให้คำปรึกษาเรื่องบริการทางการเงินและการถูกเอาเปรียบจากผู้ให้บริการ รวมถึงเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยที่มีข้อมูลเพดานอัตราดอกเบี้ยและรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังสอบถามสหกรณ์ออมทรัพย์หรือกองทุนในสถานประกอบการของตัวเอง ซึ่งหลายแห่งให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาดสำหรับสมาชิก
สำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัดห่างไกลธนาคาร สาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจและสหกรณ์ในอำเภอเมืองมักให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่เงื่อนไขผ่อนปรนกว่าผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ และมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาแบบเห็นหน้า ซึ่งช่วยให้เข้าใจสัญญาได้ง่ายกว่าการกดสมัครผ่านแอปเพียงอย่างเดียว
ไม่มีสินเชื่อใดที่แก้ปัญหาการเงินได้ถ้ารายจ่ายยังมากกว่ารายรับ สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือจัดเวลา ไม่ใช่เครื่องมือเพิ่มเงิน เริ่มจากการรู้ว่าตัวเองจะจ่ายคืนได้เดือนละเท่าไร แล้วเลือกวงเงินจากตัวเลขนั้น ไม่ใช่วิ่งตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ก่อนเซ็นสัญญา ลองเขียนตารางผ่อนทั้งสัญญาไว้ในสมุดหรือไฟล์ส่วนตัว ถ้าตัวเลขในตารางทำให้เดือนสุดท้ายยังหายใจได้อยู่ แปลว่าแผนนั้นเริ่มต้นมาถูกทางแล้ว