ทำไมคนไทยถึงหันหากู้เงินส่วนบุคคลกันมากขึ้น
ไลฟ์สไตล์คนเมืองในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น หรือภูเก็ต เปลี่ยนไปมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายประจำเดือนสูงขึ้นทั้งค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง และค่าอาหาร ขณะที่รายได้อาจไม่ได้ขยับตามทัน บางคนใช้บัตรเครดิตหมุนก่อนแล้วค่อยผ่อนจ่าย บางคนเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันเพราะได้เงินก้อนมาใช้จ่ายได้ทันที ไม่ต้องจำนำทะเบียนรถหรือจำนองบ้าน
จุดที่หลายคนพลาดคือการดูแค่ "ดอกเบี้ยเริ่มต้น" โฆษณาสวยหรูที่บอกว่าดอกเบี้ยถูกมาก มักมีเงื่อนไขซ่อนอยู่ เช่น อัตราพิเศษเฉพาะพนักงานบางกลุ่ม หรือเฉพาะช่วงโปรโมชันสามเดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นดอกเบี้ยจะกลับไปอยู่ที่อัตราปกติซึ่งอาจสูงถึง 25% ต่อปีตามเพดานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไว้สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ
คนกรุงเทพฯ ที่ทำงานออฟฟิศมักเจอปัญหาวงเงินในบัตรเครดิตไม่พอใช้ ส่วนคนต่างจังหวัดอาจเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบได้น้อยกว่า ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพงและมีความเสี่ยงสูง นี่คือเหตุผลที่สินเชื่อดิจิทัลและนาโนไฟแนนซ์เติบโตเร็วมากในไทย เพราะตอบโจทย์คนที่ต้องการเงินเร็ว ใช้เอกสารน้อย และสมัครผ่านมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รู้จักประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลก่อนตัดสินใจ
สินเชื่อส่วนบุคคลในไทยแบ่งคร่าวๆ ได้สามแบบ แต่ละแบบมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน ลองมาดูตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น
| ประเภท | ตัวอย่างผู้ให้บริการ | ช่วงวงเงินโดยประมาณ | เหมาะกับใคร | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคาร | ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ (ttb, SCB, KTB, BBL) | หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท | พนักงานประจำที่มีรายได้มั่นคง | ดอกเบี้ยต่ำกว่า อัตราชัดเจน ปลอดภัย | เอกสารค่อนข้างมาก ต้องมีเครดิตบูโรดี |
| บัตรกดเงินสด | บัตรชนิดหมุนเวียนจากแบงก์และน็อนแบงก์ | ขึ้นกับวงเงินที่อนุมัติ | คนที่ต้องการวงเงินหมุนใช้เป็นครั้งคราว | ใช้วงเงินซ้ำได้ จ่ายขั้นต่ำได้ | ดอกเบี้ยรายเดือนสูงหากไม่ปิดยอด |
| สินเชื่อดิจิทัล / นาโนไฟแนนซ์ | ผู้ให้บริการภายใต้การกำกับของ ธปท. | เริ่มต้นหลักพันถึงหลายหมื่นบาท | ฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า คนไม่มีสลิปเงินเดือน | อนุมัติไว ใช้เอกสารน้อย สมัครผ่านแอป | วงเงินจำกัด ดอกเบี้ยอาจสูงถึงเพดาน |
| ข้อควรรู้สำคัญคือ กฎหมายไทยกำหนดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับไว้สูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี (คิดเป็นรายเดือนราว 2% หรือน้อยกว่า) และห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้นเกินกว่าที่กำหนด ผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายทุกแห่งต้องแสดงอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทั้งหมดให้ชัดเจน หากเจอใครเสนอ "ดอกเบี้ยถูกผิดปกติ" หรือ "อนุมัติ 100% ไม่ตรวจประวัติ" ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าอาจเป็นแหล่งเงินกู้นอกระบบ | | | | | |
วิธีเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลให้เหมาะกับสถานะการเงินของตัวเอง
การเลือกสินเชื่อที่ดีไม่ใช่แค่ดูว่าอนุมัติวงเงินเท่าไร แต่ต้องดูว่าผ่อนไหวหรือไม่ในระยะยาว เริ่มจากคำนวณภาระหนี้ต่อเดือน หลักการทั่วไปคือยอดผ่อนหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ต่อเดือน หากเงินเดือน 30,000 บาท ควรผ่อนหนี้ทุกประเภทไม่เกินเดือนละ 12,000 บาท เพื่อให้ยังมีเงินเหลือใช้จ่ายและเก็บออม
จากนั้นให้เปรียบเทียบสามอย่างก่อนตัดสินใจ อันแรกคืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) อย่าดูแค่ดอกเบี้ยเริ่มต้น อันที่สองคือค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าประกันสินเชื่อ ค่าอากรแสตมป์ ค่าปรับชำระล่าช้า และอันที่สามคือเงื่อนไขการชำระคืนว่าสามารถโปะปิดก่อนกำหนดได้หรือไม่ มีค่าปรับหรือเปล่า
ยกตัวอย่างคุณณัฐ อายุ 30 ปี พนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ เงินเดือน 35,000 บาท ต้องการเงิน 100,000 บาทเพื่อใช้เป็นค่าซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม เขาเปรียบเทียบสองทางเลือก ทางแรกคือสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารที่เขามีบัญชีเงินเดือนอยู่ ได้วงเงิน 100,000 บาท ผ่อน 48 งวด ดอกเบี้ยประมาณ 16-18% ต่อปี ค่างวดราว 2,800-2,900 บาทต่อเดือน อีกทางคือสินเชื่อดิจิทัลที่โฆษณาอนุมัติไว แต่อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 22-25% ต่อปี เมื่อคำนวณแล้วเขาตัดสินใจเลือกธนาคารเดิมเพราะดอกเบี้ยต่ำกว่าและรู้จักผู้ให้บริการดีกว่า แม้ต้องรออนุมัติสองสามวันก็ยอมรับได้
กรณีของคุณแพร ฟรีแลนซ์รับงานกราฟิกดีไซน์ที่เชียงใหม่ รายได้ไม่สม่ำเสมอ ไม่มีสลิปเงินเดือน เธอสมัครสินเชื่อดิจิทัลที่รับรายได้จากหลายช่องทาง ได้วงเงิน 30,000 บาท อนุมัติภายในไม่กี่ชั่วโมง ดอกเบี้ยอยู่ที่ราว 24% ต่อปี เธอวางแผนปิดหนี้ภายในหกเดือนเพื่อลดภาระดอกเบี้ยรวม นี่คือตัวอย่างการใช้งานที่เหมาะสมกับเงื่อนไขของแต่ละคน
ขั้นตอนสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างชาญฉลาด
ขั้นแรก ตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของตัวเองก่อนสมัคร เพราะสถาบันการเงินจะดูประวัติการชำระหนี้ย้อนหลัง หากมีประวัติค้างชำระหรือติดแบล็กลิสต์ โอกาสอนุมัติจะลดลงมาก เคยมีรายงานว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยถูกปฏิเสธสินเชื่อเพียงเพราะไม่รู้ว่าตัวเองมีประวัติเสียในเครดิตบูโร สามารถขอตรวจสอบได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางที่เครดิตบูโรกำหนด
ขั้นที่สอง เตรียมเอกสารให้พร้อม โดยทั่วไปได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนหรือเอกสารแสดงรายได้ย้อนหลัง 3-6 เดือน และเอกสารอ้างอิงทางการเงินอื่นๆ สำหรับฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการ ควรเตรียมStatement บัญชีธนาคารและหลักฐานรายได้เสริมให้ครบถ้วน
ขั้นที่สาม เลือกช่องทางสมัคร ปัจจุบันธนาคารใหญ่ๆ เกือบทุกแห่งมีบริการสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านแอปหรือเว็บไซต์ได้ ใช้เวลาไม่นาน หากต้องการความสะดวกสามารถทำผ่านสาขาใกล้บ้านหรือตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้ง ระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อ อย่าโอนเงินมัดจำหรือค่าเอกสารให้ใครเด็ดขาด เพราะผู้ให้บริการที่ถูกกฎหมายไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงินก่อนอนุมัติ
ขั้นที่สี่ อ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็น โดยเฉพาะหัวข้ออัตราดอกเบี้ย ค่างวด ระยะเวลาผ่อน และบทลงโทษกรณีผิดนัดชำระ หากมีข้อความใดไม่เข้าใจ ให้สอบถามเจ้าหน้าที่จนกว่าจะกระจ่างก่อนตัดสินใจ
สำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม มีหน่วยงานอย่าง "คลินิกแก้หนี้" ที่ให้คำปรึกษาด้านการจัดการหนี้โดยเฉพาะ หรือศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินที่พร้อมรับเรื่องร้องเรียนหากถูกเอาเปรียบจากผู้ให้บริการสินเชื่อ
ทางเลือกเมื่อสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่คำตอบ
บางสถานการณ์ สินเชื่อส่วนบุคคลอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด หากต้องการเงินก้อนใหญ่สำหรับซื้อบ้านหรือรถยนต์ ควรพิจารณาสินเชื่อที่มีหลักประกันซึ่งดอกเบี้ยต่ำกว่าและผ่อนระยะยาวได้มากกว่า หรือหากหนี้เดิมหลายก้อนกำลังท่วมหัว การรวมหนี้ (Debt Consolidation) ผ่านสินเชื่อเพื่อการชำระหนี้อาจช่วยลดค่างวดรายเดือนให้เหลือก้อนเดียวและบริหารจัดการง่ายขึ้น
อีกทางที่คนไทยเริ่มให้ความสำคัญคือการออมเงินฉุกเฉิน แม้จะเริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,000-2,000 บาท ก็ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินได้ในระยะยาว การมีเงินสำรองอย่างน้อยสามถึงหกเท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน จะช่วยลดความจำเป็นในการกู้ยืมเมื่อเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ไม่ว่าจะเลือกสินเชื่อแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบต่อภาระหนี้ที่ก่อขึ้น วางแผนการผ่อนชำระให้สอดคล้องกับรายได้ จ่ายตรงเวลาทุกงวดเพื่อรักษาประวัติเครดิต และหลีกเลี่ยงการกู้เพิ่มเพื่อโปะหนี้เก่า เพราะนั่นคือกับดักหนี้ที่หลายคนหลุดออกมาได้ยาก เริ่มต้นจากก้อนเล็กๆ ที่เราจัดการไหว แล้วค่อยๆ สร้างวินัยการเงินไปพร้อมกัน เท่านี้สินเชื่อส่วนบุคคลก็จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตคล่องตัว ไม่ใช่ภาระที่รั้งชีวิตไว้