ตลาดสินเชื่อบุคคลของไทยตอนนี้เป็นอย่างไร
ภาพรวมหนี้ครัวเรือนไทยยังอยู่ในระดับสูง ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติระบุว่าหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ราว 13.67 ล้านล้านบาท และยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารพาณิชย์อยู่ราว 1.7 แสนล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินมีสินเชื่อประเภทเดียวกันอีกราว 3 แสนล้านบาท จะเห็นว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยกู้ผ่านบริษัท consumer finance มากกว่าธนาคาร เพราะขั้นตอนยืดหยุ่นกว่า
อีกตัวเลขที่น่าสนใจคือคนวัยทำงานราว 40% ยังไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบเครดิตบูโร แปลว่ายื่นกู้กับธนาคารใหญ่แล้วมักถูกปฏิเสธ เพราะไม่มีประวัติให้ดู กลุ่มนี้จึงมักหันไปใช้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์หรือปิโกไฟแนนซ์ หรือแย่กว่านั้นคือหนี้นอกระบบ
ปัญหาที่เจอบ่อยมีสามข้อ ข้อแรกคือเข้าใจผิดเรื่องวิธีคิดดอกเบี้ย ข้อสองคือประเมินภาระผ่อนต่อเดือนของตัวเองเกินจริง ข้อสามคือแอปเงินกู้ที่ไม่อยู่ในรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย แล้วถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแบบที่กฎหมายไม่รองรับ
ดอกเบี้ยคงที่ ทำให้ตัวเลขดูถูกกว่าความจริง
เวลาเห็นโฆษณา "ดอกเบี้ย 15% ต่อปี" ต้องถามให้ชัดว่าเป็นดอกเบี้ยแบบคงที่หรือแบบลดต้นลดดอก ถ้าเป็นแบบคงที่ ตัวเลข 15% จะถูกคิดจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา ไม่ใช่จากยอดที่เหลือ
ลองดูตัวอย่างจริง สมมติกู้ 100,000 บาท ผ่อน 36 งวด ดอกเบี้ยคงที่ 15% ต่อปี ดอกเบี้ยทั้งสัญญาจะอยู่ที่ประมาณ 45,000 บาท ยอดจ่ายรวมราว 145,000 บาท หรือเดือนละประมาณ 4,000 บาท แต่ถ้าคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) ตัวเลขจะอยู่ราว 22-23% ต่อปี ซึ่งใกล้เพดานที่กฎหมายกำหนดไว้มาก
นี่คือเหตุผลที่ต้องดู EIR เป็นหลัก เพราะ EIR รวมค่าธรรมเนียมและวิธีคิดดอกเบี้ยไว้แล้ว ทำให้เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายเจ้าพร้อมกันได้จริง
สามประเภทสินเชื่อ และวงเงินที่กฎหมายกำหนด
สินเชื่อส่วนบุคคลในไทยแบ่งตามผู้ให้บริการและเพดานดอกเบี้ยค่อนข้างชัดเจน การรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มไหนช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่เหมาะออกได้เร็ว
| ประเภท | วงเงินต่อราย | เพดานดอกเบี้ย (EIR) | เหมาะกับใคร | จุดที่ต้องเช็ก |
|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (ธนาคาร/ผู้ประกอบธุรกิจการเงิน) | ขึ้นอยู่กับรายได้และภาระหนี้ | ประมาณ 25% ต่อปี | พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือนและมีประวัติเครดิต | ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปิดบัญชีก่อนกำหนด และเงื่อนไขการต่ออายุสัญญา |
| สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 100,000 บาท | ประมาณ 33% ต่อปี | พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ ผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ | ตารางผ่อนที่แน่นอน จำนวนงวด และการคิดดอกเบี้ยกรณีผ่อนช้ากว่ากำหนด |
| สินเชื่อปิโกไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 50,000 บาท (บางโครงการขยายถึง 100,000 บาท) | ประมาณ 36% ต่อปี | ผู้ที่ทำงานและอาศัยอยู่ในจังหวัดเดียวกับผู้ให้บริการ | ข้อจำกัดพื้นที่ วงเงิน และเงื่อนไขการต่อสัญญา |
ตัวเลขในตารางเป็นเพดานตามเกณฑ์กำกับดูแล ไม่ใช่ราคาจริงที่ทุกเจ้าเสนอ หลายรายคิดต่ำกว่านี้หากประวัติการชำระดี สิ่งที่ต้องทำคือขอใบเสนอราคาที่ระบุ EIR ชัดเจนก่อนเซ็น
รายได้ไม่ประจำก็ยังมีทางเลือกที่ถูกกฎหมาย
อาชีพที่รายได้ขึ้นลงตามฤดูกาลหรือตามยอดขาย มักไม่ผ่านเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำของธนาคาร แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีทางเลือก สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ถูกออกแบบมาสำหรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ใช้ข้อมูลการชำระเงินทางเลือก เช่น ยอดขายในแอปหรือรายการเดินบัญชี มาช่วยประเมิน
ยกตัวอย่างที่เจอบ่อยในเชียงใหม่ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่มีรายได้ดีช่วงเทศกาลแต่แย่ช่วงหน้าฝน มักเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลระยะสั้นที่ผ่อนได้ตามรอบรายได้ของตัวเอง ผิดกับพนักงานโรงแรมในภูเก็ตที่ช่วง low season รายได้ลดลงครึ่งหนึ่ง กลุ่มนี้ควรเลือกสัญญาที่งวดผ่อนคงที่และคาดเดาได้ ไม่ใช่สัญญาที่เงินต้นลดช้าแต่ดอกเบี้ยวิ่งตลอด
ส่วนพนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่มีเงินเดือนแน่นอน การขอกู้กับธนาคารพาณิชย์มักได้ดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่ต้องยอมรับว่ากระบวนการตรวจเอกสารใช้เวลานานกว่านาโนไฟแนนซ์หลายวัน
ด่านที่คนตกมากที่สุด: DSR และข้อมูลเครดิต
ธนาคารไม่ได้ดูแค่เงินเดือน แต่ดูสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้หรือ DSR โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 40% ของรายได้ บางแห่งรับได้ถึง 50% ขึ้นกับนโยบาย
แปลว่าเงินเดือน 25,000 บาท จะมีพื้นที่ผ่อนหนี้ทุกประเภทได้ราว 10,000 บาทต่อเดือน ถ้ามีค่างวดรถอยู่แล้ว 6,000 บาท พื้นที่เหลือสำหรับสินเชื่อใหม่จะแค่ประมาณ 4,000 บาท ยื่นกู้ขอผ่อนเดือนละ 7,000 บาทก็แทบไม่มีทางผ่าน
อีกเรื่องที่หลายคนลืมคือรายงานเครดิตบูโร ขอได้ตามสิทธิปีละ 3 ครั้ง ควรขอดูก่อนยื่นกู้ทุกครั้ง เพราะถ้ามีประวัติค้างชำระหรือมีการยื่นขอสินเชื่อหลายเจ้าในเวลาสั้น ๆ คะแนนจะลดลงและถูกปฏิเสธแม้รายได้จะผ่าน
ห้าขั้นตอนก่อนส่งใบสมัคร
- รวมหนี้ทุกก้อนให้ครบ ทั้งบัตรเครดิต ผ่อนสินค้า และสินเชื่อเดิม แล้วคำนวณว่าภาระต่อเดือนกินรายได้ไปกี่เปอร์เซ็นต์
- ขอรายงานเครดิตบูโรของตัวเอง และแก้ข้อมูลผิดพลาดถ้ามี
- เช็กรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจจากเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนใช้แอปเงินกู้ถูกกฎหมายทุกครั้ง
- ขอใบเสนอราคาที่ระบุ EIR จำนวนงวด และค่าธรรมเนียมทั้งหมด มาเปรียบเทียบอย่างน้อยสองเจ้า
- เตรียมบัตรประชาชน สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้ย้อนหลัง และรายการเดินบัญชี เพื่อลดเวลาตรวจสอบ
ตัวอย่างที่เจอบ่อย
พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ เงินเดือน 28,000 บาท มีค่างวดรถอยู่แล้ว ตอนแรกขอวงเงิน 200,000 บาท ถูกปฏิเสธเพราะ DSR เกินเกณฑ์ หลังจากรวมหนี้บัตรเครดิตและปิดวงเงินที่ไม่ได้ใช้ เขาขอใหม่ที่ 80,000 บาทและผ่านอนุมัติ เพราะภาระผ่อนเหลือไม่ถึง 40% ของรายได้
อีกกรณีคือแม่ค้าออนไลน์ในขอนแก่นที่รายได้ไม่คงที่ แต่มีรายการโอนเข้าบัญชีทุกวัน สมัครสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์วงเงิน 60,000 บาท ผ่อน 18 งวด สิ่งที่ช่วยให้ผ่านคือการเตรียมรายการเดินบัญชีย้อนหลังหกเดือนให้น้อยที่สุดเท่าที่ผู้ให้บริการต้องการ
ทางเลือกที่ควรดูก่อนก่อหนี้ก้อนใหม่
ถ้าหนี้เดิมมีดอกเบี้ยสูงหลายก้อน การรวมหนี้เข้าที่เดียวอาจลดภาระต่อเดือนได้มากกว่าการกู้เพิ่ม แต่ต้องระวังว่าการรวมหนี้ไม่ได้ลดยอดหนี้จริง แค่ยืดเวลา
สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์มักได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าท้องตลาด และหลายจังหวัดมีหน่วยงานให้คำปรึกษาทางการเงินที่ช่วยจัดแผนชำระหนี้แบบไม่คิดค่าใช้จ่าย ควรลองเส้นทางนี้ก่อน
ข้อสังเกตง่าย ๆ สำหรับแอปที่ควรหลีกเลี่ยง คือขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ รูปภาพ หรือไฟล์ในเครื่อง ทั้งที่การปล่อยสินเชื่อไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้เลย
เริ่มจากนั่งคำนวณภาระผ่อนต่อเดือนของตัวเองให้เสร็จก่อน แล้วค่อยเลือกว่าจะยื่นกับใคร ถ้าตัวเลขยังไม่ชัด ลองขอใบเสนอราคาจากสองเจ้าที่อยู่ในรายชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทยมาเทียบกันดูก่อน ใช้เวลาหนึ่งบ่ายแต่ช่วยให้คุณเห็นต้นทุนจริงของเงินก้อนนั้น