สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร และคนไทยมักพลาดตรงไหน
สินเชื่อส่วนบุคคลคือเงินกู้ที่ไม่มีหลักประกัน ไม่ต้องมีคนค้ำ ใช้ได้ทั้งจ่ายหนี้เดิม ปรับปรุงบ้าน ค่ารักษา หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในร้านเล็ก ๆ จุดขายคือเบิกเงินเร็วและขั้นตอนไม่ซับซ้อนเกินไป แต่จุดที่คนกู้มักประเมินต่ำคือ "ต้นทุนรวม" ไม่ใช่แค่ค่างวดที่ถูกที่สุดในโฆษณา
รายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานด้านสถิติระบุว่าภาระหนี้ครัวเรือนไทยยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ และสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันเป็นหนึ่งในช่องทางที่คนใช้มากที่สุดเมื่อรายได้กับรายจ่ายไม่ตรงกัน สิ่งที่พบซ้ำ ๆ คือคนกู้รู้ตัวเลขค่างวด แต่ไม่รู้ว่า��อกเบี้ยคิดแบบไหน และไม่รู้เพดานที่กฎหมายกำหนด
ตัวเลขที่ควรรู้ก่อนเดินเข้าธนาคารมีอยู่ไม่กี่บรรทัด สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับซึ่งมีทั้งธนาคารพาณิชย์และบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง ถูกกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยแบบeffective rate รวมค่าธรรมเนียมแล้วไว้ที่ไม่เกิน 25% ต่อปี สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์สำหรับรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็กมีเพดานราว 33% ต่อปี ส่วนพิโกไฟแนนซ์ซึ่งให้กู้เฉพาะคนในจังหวัดเดียวกันมีเพดานใกล้ 36% ต่อปี และถ้าเป็นการกู้กันเองระหว่างบุคคลธรรมดาไม่มีใบอนุญาต กฎหมายแพ่งกำหนดเพดานไว้ที่ 15% ต่อปี โดยสัญญาที่คิดเกินกว่านั้นตกเป็นโมฆะในส่วนดอกเบี้ย
ปัญหาที่สองคือรายได้ไม่สม่ำเสมอ ฟรีแลนซ์ แม่ค้าออนไลน์ พนักงานที่เพิ่งย้ายงาน หรือคนที่รับเงินเป็นก้อนตามรอบงาน มักถูกจัดให้อยู่กลุ่มเสี่ยงและถูกปฏิเสธจากสินเชื่อธนาคาร ทำให้บางคนหันไปหาทางเลือกที่มีต้นทุนสูงกว่าโดยไม่รู้ว่ายังมีช่องทางถูกกฎหมายอื่นอยู่ ปัญหาที่สามคือการดูแค่ค่างวดต่อเดือน ตัวอย่างเช่น การยืดระยะผ่อนจาก 24 เดือนเป็น 60 เดือนทำให้ค่างวดลดลงจริง แต่ดอกเบี้ยที่จ่ายตลอดสัญญาเพิ่มขึ้นหลายเท่า ปัญหาที่สี่คือความเข้าใจผิดเรื่องเอกสาร บางคนเชื่อว่าต้องมีรายได้ขั้นต่ำสูงมาก ทั้งที่เกณฑ์ของแต่ละแห่งต่างกัน และมีหลายธนาคารที่รับรายได้ประจำตั้งแต่ราวสองหมื่นบาทขึ้นไป
ทางเลือกที่มีอยู่ในไทยและต้นทุนที่ต้องแลก
ก่อนสมัครอะไร ขอให้เทียบประเภทสินเชื่อให้ครบก่อน เพราะแต่ละแบบออกแบบมาสำหรับคนต่างกลุ่มกัน
| ประเภท | ผู้ให้บริการ | วงเงินโดยทั่วไป | ดอกเบี้ยหรือเพดานตามกฎหมาย | เหมาะกับ | ข้อควรระวัง |
|---|
| สินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับ | ธนาคารพาณิชย์และบริษัทที่มีใบอนุญาต | หลายเท่าของรายได้ประจำ บางแห่งรับถึง 5 เท่า | EIR ไม่เกิน 25% ต่อปี | พนักงานเงินเดือน ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ | ต้องมีสลิปและ statement ตรวจเครดิตบูโร |
| สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ | ผู้ประกอบการที่อยู่ใต้การกำกับของ ธปท. | ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย | EIR ไม่เกิน 33% ต่อปี | พ่อค้าแม่ค้า รายได้ไม่สม่ำเสมอ | วงเงินเล็กและต้นทุนสูงกว่าธนาคาร |
| พิโกไฟแนนซ์ | บริษัทในจังหวัดที่จดทะเบียนกับกระทรวงการคลัง | ปกติไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย บางโครงการขยายถึง 100,000 บาท | เพดานราว 36% ต่อปี | คนที่ต้องการเงินเร็วและอยู่ในจังหวัดนั้น | ต้องกู้ในจังหวัดที่ตั้งสำนักงานเท่านั้น |
| สหกรณ์ออมทรัพย์ | สหกรณ์ของหน่วยงานหรือสถานประกอบการ | ตามเงินหุ้นและเงินเดือน | ต่ำกว่าตลาดทั่วไป มักหักจากเงินเดือน | สมาชิกที่มีรายได้ประจำ | ต้องสะสมหุ้นและควรดูธรรมาภิบาลของสหกรณ์ |
| สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ | สถาบันการเงินและบริษัทที่ได้รับอนุญาต | ตามมูลค่ารถ | เพดานราว 24% สำหรับวงเงินขนาดใหญ่ | คนมีรถแต่รายได้ไม่ประจำ | เสี่ยงถูกยึดรถหากผิดนัดชำระ |
| สถาบันการเงินเฉพาะกิจและกองทุนหมู่บ้าน | ออมสิน ธ.ก.ส. และกองทุนในชุมชน | วงเงินเล็กถึงปานกลาง | ต่ำกว่าสินเชื่อรายย่อยทั่วไป | ครัวเรือนรายได้น้อย เกษตรกร | ต้องเช็กเงื่อนไขของแต่ละโครงการและช่วงเวลา |
| เจ้าหนี้ส่วนบุคคล | คนรู้จักหรือผู้ให้กู้รายย่อย | แล้วแต่ตกลง | ไม่เกิน 15% ต่อปี | เงินก้อนเล็กมาก ระยะสั้น | ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหากเกิน 2,000 บาท |
สินเชื่อธนาคารเป็นทางเลือกที่ต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับคนที่มีรายได้ประจำชัดเจน แต่ใช้เวลาอนุมัติมากกว่าและเข้มเรื่องประวัติเครดิต สินเชื่อนาโนกับพิโกถูกออกแบบมาเพื่อดึงคนออกจากเจ้าหนี้informal จึงยอมรับรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอและเอกสารน้อยกว่า แต่แลกมาด้วยเพดานดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามระดับความเสี่ยง สหกรณ์ออมทรัพย์เป็นทางเลือกที่คนทำงานประจำมักมองข้าม ทั้งที่อัตราดอกเบี้ยต่ำและตัดบัญชีเงินเดือนได้เลย ส่วนจำนำทะเบียนรถเป็นตัวเลือกที่ให้เงินก้อนโตและอนุมัติเร็ว แต่ควรใช้เฉพาะเมื่อมีแผนปิดหนี้ชัดเจน ไม่ใช่ผ่อนต่อเนื่องจนกลายเป็นหนี้ระยะยาว
เลือกอย่างไรให้ผ่อนไหวและไม่จมหนี้
ขั้นแรกคือคิดต้นทุนรวมทั้งสัญญา ไม่ใช่แค่ค่างวด ถามผู้ให้บริการตรง ๆ ว่าคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกหรือแบบคงที่ เพราะแบบคงที่คำนวณจากเงินต้นตั้งต้นตลอดสัญญา ทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่รู้สึก ขอให้เขาเขียนตัวเลข "ยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด" ลงในใบเสนอ แล้วเทียบกันอย่างน้อยสองราย
ขั้นที่สองคือดูภาระหนี้ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่สินเชื่อก้อนใหม่ หลักประเมินที่สถาบันการเงินมักใช้คือสัดส่วนค่างวดหนี้รวมต่อรายได้ต่อเดือน ถ้าคุณมีค่างวดเดิมอยู่แล้วหลายรายการ การเพิ่มอีกหนึ่งก้อนอาจทำให้เงินเหลือใช้ต่อเดือนเหลือน้อยเกินไป ลองเขียนรายจ่ายจำเป็นทั้งหมดหนึ่งเดือนก่อนตัดสินใจ
ขั้นที่สามคือตรวจผู้ให้บริการ มีใบอนุญาตจริงหรือไม่ ดูรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง ถ้าเป็นพิโกไฟแนนซ์ สำนักงานต้องอยู่ในจังหวัดเดียวกับที่คุณกู้ ถ้าเป็นแพลตฟอร์มปล่อยกู้แบบpeer-to-peer ควรตรวจว่าได้รับอนุญาตและอยู่ในโครงการนำร่องที่กำกับดูแลหรือไม่
ขั้นที่สี่คืออ่านสัญญาส่วนที่คนอ่านข้ามมากที่สุด ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปรับกรณีผิดนัด และเงื่อนไขการปิดหนี้ก่อนกำหนด บางสัญญามีค่าธรรมเนียมปิดก่อนกำหนดซึ่งทำให้การรีไฟแนนซ์ไม่คุ้ม
ขั้นที่ห้าคือเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น ได้แก่บัตรประชาชน สลิปเงินเดือนย้อนหลังสองถึงสามเดือน statement บัญชีเงินเดือน และหลักฐานรายได้อื่นถ้ามี การเตรียมครบช่วยลดรอบอนุมัติและลดโอกาสถูกเสนอเงื่อนไขที่แย่กว่าเดิมเพราะข้อมูลไม่พอ
ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อยคือพนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ ที่มีรายได้ประจำและมีหนี้บัตรเครดิตสองใบ เขาเคยคิดจะกู้สินเชื่อส่วนบุคคลใหม่มาโปะบัตร เพราะค่างวดบัตรสูง แต่เมื่อคิดถึงเพดาน 25% ต่อปีของสินเชื่อบุคคลเทียบกับเพดานบัตรเครดิตที่ 16% ต่อปี เขากลับพบว่าการเจรจากับธนาคารผู้ออกบัตรเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้มีต้นทุนถูกกว่า การเรียงลำดับทางเลือกก่อนก่อหนี้ใหม่จึงสำคัญกว่าการหาค่างวดที่ดูต่ำที่สุด
ในพื้นที่industrialอย่างระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา พนักงานโรงงานจำนวนมากมีรายได้ประจำแต่ค่าล่วงเวลาไม่คงที่ สหกรณ์ของสถานประกอบการและสินเชื่อธนาคารจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่าการกู้เจ้าหนี้รายวัน ในเชียงใหม่และภูเก็ตที่รายได้ขึ้นกับฤดูกาลท่องเที่ยว คนทำงานฟรีแลนซ์มักใช้สินเชื่อนาโนหรือพิโกในจังหวัดเพราะเอกสารยืดหยุ่นกว่า แต่ควรวางแผนเผื่อเดือนที่รายได้ต่ำด้วยการตั้งเงินสำรองก่อนก่อหนี้ ส่วนภาคอีสาน ครัวเรือนเกษตรกรมีช่องทางจากธ.ก.ส.และกองทุนหมู่บ้านซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าสินเชื่อรายย่อยทั่วไป แต่ต้องติดตามเงื่อนไขของแต่ละโครงการเพราะเปิดรับเป็นช่วง ๆ
คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นและก้าวต่อไป
ก่อนลงนาม ลองถามผู้ให้บริการห้าข้อนี้ให้ครบ หนึ่ง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีเท่าไรและรวมค่าธรรมเนียมแล้วหรือยัง สอง คิดแบบลดต้นลดดอกหรือคงที่ สาม ยอดรวมที่ต้องจ่ายตลอดสัญญาเท่าไร สี่ ถ้าปิดหนี้ก่อนกำหนดมีค่าใช้จ่ายอะไรห้าถ้าผ่อนไม่ตรงเวลา ค่าปรับคิดอย่างไร และจะมีผลต่อประวัติเครดิตอย่างไร
ถ้าคำตอบยังไม่ชัด อย่าเพิ่งเซ็น ขอใบเสนอเป็นเอกสารกลับไปคิดที่บ้านได้เสมอ และถ้าคุณมีหนี้หลายก้อนอยู่แล้ว ทางเลือกที่มักคุ้มกว่าการกู้ใหม่คือคุยกับเจ้าหนี้เดิมเรื่องการขยายระยะผ่อนหรือรวมหนี้ เพราะต้นทุนมักต่ำกว่าและไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่กับเครดิตบูโร
การกู้เงินไม่ใช่เรื่องน่ากลัวถ้ารู้ว่ากำลังซื้ออะไรอยู่ สิ่งที่ต้องมีคือตัวเลขจริงหนึ่งหน้า ประกอบด้วยรายได้ต่อเดือน หนี้ที่มีอยู่ ต้นทุนรวมของสินเชื่อใหม่ และจำนวนเดือนที่ยังผ่อนไหวแม้ในเดือนที่รายได้น้อยที่สุด ลองเขียนสี่บรรทัดนี้ลงกระดาษก่อนโทรหาธนาคาร ตัวเลขจะบอกคุณเองว่าควรกู้เท่าไร และควรเริ่มจากทางเลือกไหนก่อน