ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลไทยและจุดที่คนกู้สะดุด
ยอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในระบบสูงถึงหลักหลายแสนล้านบาท กระจายอยู่ในธนาคารพาณิชย์ บริษัทสินเชื่อ และผู้ให้บริการรายย่อย ตัวเลขนี้สะท้อนว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยใช้เงินก้อนนี้เป็นตัวช่วยหมุนเวียนในครัวเรือน ไม่ได้กู้ไปซื้อของชิ้นใหญ่เพียงอย่างเดียว
ปัญหาที่พบบ่อยจึงไม่ใช่ "กู้ไม่ได้" แต่มักเป็น "กู้ผิดที่ ผิดเวลา" มีสี่จุดที่ทำให้คนสะดุดซ้ำ ๆ
- อาชีพอิสระและฟรีแลนซ์ไม่มีสลิปเงินเดือน ธนาคารมองความสามารถในการผ่อนจากหลักฐานรายได้ที่เป็นทางการ กลุ่มนี้จึงต้องเตรียมสมุดบัญชี ย้อนหลังหลายเดือน เอกสารภาษี หรือหลักฐานการรับเงินจากลูกค้าให้พร้อม
- ภาระหนี้เดิมกินรายได้ไปเกือบหมด คนที่ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตครบทุกใบ อาจกู้เพิ่มได้น้อยกว่าที่คิดไว้มาก แม้เงินเดือนจะดูสูงก็ตาม
- ประวัติค้างชำระในเครดิตบูโร การค้างชำระหลายงวดติดต่อกันจะถูกบันทึกไว้และปิดโอกาสกู้กับสถาบันการเงินหลักไปอีกระยะหนึ่ง
- โฆษณาที่บอกแค่ "อนุมัติไว" แต่ไม่บอกอัตราดอกเบี้ยจริงและค่าธรรมเนียม ทำให้ผู้กู้เห็นแค่ยอดผ่อนต่อเดือน ซึ่งต่ำกว่าความจริงเสมอเมื่อคิดรวมต้นทุนทั้งหมด
สภาพภูมิศาสตร์ก็ทำให้ความต้องการต่างกัน พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมักใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรวมหนี้บัตรเครดิต ขณะที่พนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมแถบระยองและฉะเชิงเทรามักกู้เพื่อค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและค่าเล่าเรียนบุตร พ่อค้าแม่ค้าในเชียงใหม่และขอนแก่นต้องการเงินหมุนสต๊อกสินค้า ส่วนภูเก็ตและสุราษฎร์ธานีความต้องการกู้จะแกว่งตามฤดูกาลท่องเที่ยว
สินเชื่อแต่ละแบบต่างกันตรงไหน
ผลิตภัณฑ์ในตลาดมีห้ารูปแบบหลัก ต่างกันที่วงเงิน เอกสารที่ใช้ และต้นทุนการกู้ ตารางด้านล่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพ
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | วงเงินโดยทั่วไป | อัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม | เอกสารหลัก | เหมาะกับ | จุดที่ต้องระวัง |
|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคาร (มีรายได้ประจำ) | ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท ขึ้นกับรายได้ | ประมาณ 9%–24% ต่อปี ตามโปรไฟล์และเงื่อนไขของแต่ละแห่ง | สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ บัตรประชาชน และสำเนาบัญชีเงินเดือน | พนักงานประจำ ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ | ภาระผ่อนรวมมีเพดาน และมีค่าธรรมเนียมกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนด |
| สินเชื่อส่วนบุคคลจากบริษัทสินเชื่อ (non-bank) | ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลายแสนบาท | ประมาณ 15%–28% ต่อปี | บัตรประชาชน หลักฐานรายได้ หลักฐานที่อยู่ | อาชีพอิสระ เจ้าของร้านขนาดเล็ก | ควรอ่านตารางผ่อนให้ครบทุกงวดก่อนเซ็น |
| สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย | เพดานรวมค่าปรับและค่าธรรมเนียมไม่เกิน 33% ต่อปี | บัตรประชาชน และหลักฐานรายได้เท่าที่มี | ผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการเงินก้อนเล็ก | วงเงินจำกัด มักใช้เป็นบันไดสร้างประวัติการผ่อน |
| สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย | เพดานรวมค่าปรับและค่าธรรมเนียมไม่เกิน 36% ต่อปี | บัตรประชาชน อาจใช้ทะเบียนรถหรือที่ดินเป็นหลักประกันหรือไม่ใช้ก็ได้ | พ่อค้าแม่ค้าในตลาด กลุ่มอาชีพนอกระบบ | ต้นทุนสูงกว่าสินเชื่อธนาคารชัดเจน |
| สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน | ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลายแสนบาท | ประมาณ 18%–28% ต่อปี | เล่มทะเบียนรถ บัตรประชาชน | คนที่มีรถแต่ไม่มีสลิปเงินเดือน | รถคือหลักประกันที่ถูกยึดได้หากค้างชำระหลายงวด |
ถ้ามีรายได้ประจำและประวัติการผ่อนดี สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ต้องมีหลักประกันของธนาคารมักให้ต้นทุนต่ำที่สุด และวงเงินอาจสูงถึงหลายเท่าของรายได้ต่อเดือน หลายแห่งปล่อยได้ถึงห้าเท่า แต่การอนุมัติขึ้นกับภาระหนี้เดิมและคะแนนเครดิตเป็นหลัก
คนที่มีรถแต่ไม่มีสลิปมักหันไปใช้สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน เพราะอนุมัติง่ายกว่า แต่ต้องยอมรับต้นทุนที่สูงขึ้นและความเสี่ยงเรื่องหลักประกัน
มีเคสหนึ่งที่ที่ปรึกษาการเงินเล่าให้ฟังบ่อย พนักงานบริษัทในสมุทรปราการถือบัตรเครดิตห้าใบ จ่ายขั้นต่ำทุกใบจนเงินเดือนหายไปเกือบครึ่ง เธอเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ต้องมีหลักประกันจากธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดในบรรดาเจ้าที่เธอผ่านเกณฑ์ แล้วปิดบัตรที่ดอกเบี้ยสูงที่สุดสามใบก่อน ผลคือยอดผ่อนรวมต่อเดือนลดลง และหนี้ทั้งหมดเหลือเจ้าหนี้รายเดียวที่เห็นกำหนดชำระชัดเจน
อีกกรณีคือพ่อค้าขายอาหารตามสั่งในขอนแก่นที่ไม่มีสลิปเงินเดือน เขาเริ่มจากสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์วงเงินเล็กเพื่อหมุนวัตถุดิบ แล้วผ่อนตรงเวลาต่อเนื่องหลายเดือนจนประวัติเครดิตดีขึ้น จึงค่อยขยับไปยื่นสินเชื่อส่วนบุคคลกับบริษัทสินเชื่อในวงเงินที่ใหญ่ขึ้น
เตรียมตัวและยื่นกู้อย่างไรให้ผ่านง่าย
ก่อนยื่นเรื่อง มีสามตัวเลขที่ควรรู้ก่อนใครถาม
ภาระผ่อนต่อรายได้ หลายแห่งกำหนดเพดานภาระผ่อนรวมไว้ราว 40%–50% ของรายได้ แต่มีข้อยกเว้นตามประเภทสินเชื่อ ลองบวกรถ บ้าน บัตรเครดิต และสินเชื่อเดิมทั้งหมด แล้วเทียบกับรายได้ต่อเดือน ถ้าเกินเพดาน โอกาสอนุมัติจะลดลงทันที
รายงานเครดิตบูโร ขอรายงานข้อมูลเครดิตของตัวเองจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติตามช่องทางที่กำหนด เพื่อดูว่ามีบัญชีไหนค้างชำระ ปิดไปแล้ว หรือมีประวัติสอบถามข้อมูลถี่เกินไปในช่วงสั้น ๆ
เงินเหลือหลังผ่อน หลังหักค่าผ่อนทุกอย่างแล้ว ควรเหลือเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างน้อย 20%–30% ของรายได้ ถ้าตัวเลขนี้ติดลบ ทางเลือกที่ถูกกว่าคือขอลดวงเงินหรือยืดงวด แทนการกู้เพิ่ม
ขั้นตอนที่ทำแล้วช่วยลดการถูกปฏิเสธ
- รวมเอกสารให้ครบ ทั้งบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้ และสำเนาบัญชีเดินสะพัดย้อนหลังหลายเดือน
- เลือกสถาบันการเงินสองถึงสามแห่งมาเปรียบเทียบ พร้อมถามอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ยอดผ่อนต่องวด และค่าธรรมเนียมทั้งหมด
- ยื่นเรื่องผ่านช่องทางที่สถาบันนั้นกำหนด ทั้งสาขา เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของธนาคาร
- อ่านสัญญาก่อนเซ็น โดยเฉพาะดอกเบี้ยผิดนัด ค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีก่อนกำหนด และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้อง
- ตั้งตารางผ่อนล่วงหน้าอย่างน้อยหกเดือน และกันเงินสำรองไว้หนึ่งถึงสองงวดเพื่อไม่ให้พลาดกำหนดชำระ
ข้อควรระวังและทางเลือกที่คนมักมองข้าม
สินเชื่อส่วนบุคคลอนุมัติเร็วหลายรายการมาจากผู้ให้บริการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมักคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน ต้นทุนเมื่อคิดเป็นรายปีจึงสูงกว่าที่โฆษณาไว้มาก ถ้ามีคนขอให้โอนค่าดำเนินการก่อนปล่อยกู้ ถือเป็นสัญญาณอันตรายทันที สถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายจะหักค่าธรรมเนียมจากเงินที่โอนเข้าบัญชีผู้กู้ ไม่ใช่เรียกเก็บล่วงหน้า
แอปพลิเคชันเงินกู้นอกระบบที่ขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อและภาพบัตรประชาชนก็เป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่คนมักมองข้าม ข้อมูลเหล่านั้นถูกนำไปใช้ตามทวงถามกับคนรอบข้างได้
ก่อนตัดสินใจกู้เจ้าใหม่มาปิดเจ้าเก่า ลองถามตัวเองว่าหนี้ที่เหลือลดลงจริงหรือแค่ยืดเวลาออกไป ถ้ารายจ่ายยังเท่าเดิม การรวมหนี้จะช่วยได้ก็ต่อเมื่ออัตราดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิมชัดเจนและไม่มีการก่อหนี้เพิ่มระหว่างทาง
ทางเลือกที่หลายคนลืมไปคือสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่ตัวเองเป็นสมาชิก ซึ่งมักคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีรายได้น้อยและอาชีพอิสระ รวมถึงการขอปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิมโดยตรง ซึ่งหลายแห่งมีมาตรการขยายเวลาและลดอัตราดอกเบี้ยให้ลูกค้าที่ประสบปัญหาการชำระ
ถ้าจะเริ่มวันนี้ เริ่มจากการเปิดแอปพลิเคชันธนาคารดูรายจ่ายสามเดือนย้อนหลัง แล้วจดตัวเลขค่าผ่อนทั้งหมดกับรายได้ลงกระดาษแผ่นเดียว ถ้าตัวเลขยังไม่ชัดหรือภาระใกล้เต็มเพดาน การคุยกับที่ปรึกษาการเงินของธนาคารก่อนยื่นเรื่องจะช่วยให้เห็นทางเลือกที่ต้นทุนต่ำกว่าการรีบกู้เพื่อให้ทันใช้เงินในเดือนนี้