ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลตอนนี้เป็นอย่างไร
ภาพที่เห็นชัดคือคนไทยก่อหนี้กันมากขึ้น ผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่าหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ราว 794,945 บาท ปรับขึ้นจากปีก่อนระดับหนึ่ง และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูล แปลว่าความต้องการใช้เงินสดยังไม่ลดลง และสินเชื่อบุคคลไม่มีหลักประกันก็ยังเป็นทางเลือกที่คนหันมาบ่อย
ฝั่งผู้ให้บริการเองก็ปรับวิธีคิดราคา ดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์มีเพดานตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับไว้ที่ระดับ 28% ต่อปี แต่ลูกค้าแต่ละคนไม่ได้จ่ายเท่ากันหมด หลายแห่งเริ่มใช้ระบบตั้งราคาตามคะแนนเครดิต เช่นทีทีบีเปิดตัวสินเชื่อแคชทูโกด้วยอัตราเริ่มต้น 13.99% ต่อปีสำหรับลูกค้าที่คะแนนเครดิตดีมาก ขณะที่สินเชื่อสมาร์ทมันนี่ของธนาคารกรุงไทยอยู่ในช่วง 20%–24% ต่อปี
สิ่งที่ตัวเลขพวกนี้บอกคือ ดอกเบี้ยที่โฆษณากับดอกเบี้ยที่คุณจะได้จริงอาจห่างกันมาก และตัวแปรสำคัญไม่ใช่แค่รายได้ แต่คือประวัติการชำระหนี้ของคุณ
จุดที่คนมักพลาด
ปัญหาแรกคือการเทียบดอกเบี้ยแบบผิดวิธี หลายคนเห็นตัวเลข 0.75% ต่อเดือนแล้วคิดว่าถูก แต่พอคูณสิบสองเดือนจะกลายเป็น 9% ต่อปี ซึ่งยังต้องดูต่อว่าเป็นดอกเบี้ยแบบคงที่หรือลดต้นลดดอก เพราะสองแบบนี้ให้ผลต่างกันมากเมื่อผ่อนระยะยาว
ปัญหาที่สองคือการกู้เพื่อปิดหนี้เดิม โดยไม่ได้ลดรายจ่ายรายเดือนจริง การรวมหนี้ด้วยสินเชื่อส่วนบุคคลจะช่วยได้ก็ต่อเมื่ออัตราดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าเดิมและระยะผ่อนยาวขึ้นจนภาระต่อเดือนลดลง ถ้ายืดระยะแต่ดอกเบี้ยแพงกว่า เดิม จุดจบคือหนี้ก้อนใหญ่ขึ้น
ปัญหาที่สามคือการยื่นหลายที่พร้อมกัน ทุกครั้งที่สถาบันการเงินดึงข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตจะถูกบันทึกไว้ ยื่นพร้อมกันหลายแห่งอาจทำให้ดูเหมือนกำลังขาดสภาพคล่อง และมีผลต่อการพิจารณาวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลในที่สุด
เทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจ
| ประเภท | ตัวอย่างผู้ให้บริการ | อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง | วงเงิน | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| สินเชื่อบุคคลไม่มีหลักประกันของธนาคาร | ทีทีบี แคชทูโก, เคแบงก์, เอสซีบี | ราว 13.99%–28% ต่อปี ขึ้นกับคะแนนเครดิต | ขึ้นกับรายได้และภาระหนี้เดิม | ผ่อนได้นาน ดอกเบี้ยต่ำกว่าถ้าเครดิตดี | ต้องมีรายได้ประจำที่พิสูจน์ได้ |
| สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารรัฐ | ธนาคารกรุงไทย สมาร์ทมันนี่, ธนาคารออมสิน | ประมาณ 20%–24% ต่อปี สำหรับสินเชื่อบุคคลทั่วไป | ขึ้นกับหลักเกณฑ์แต่ละโครงการ | มีโครงการเฉพาะกลุ่มอาชีพเป็นระยะ | วงเงินไม่สูง และมีเงื่อนไขปลีกย่อย |
| สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด | ผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาต | สูงกว่าธนาคารอย่างชัดเจน | ระดับหลักหมื่นบาท | เข้าถึงคนรายได้ไม่สม่ำเสมอ | ต้นทุนรวมต่อปีสูง ต้องอ่านสัญญาละเอียด |
| สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อรวมหนี้ | ธนาคารพาณิชย์และบริษัทที่มีใบอนุญาต | ใกล้เคียงสินเชื่อบุคคลทั่วไป | ขึ้นกับยอดหนี้เดิมและรายได้ | รวมหนี้หลายก้อนเป็นก้อนเดียว จ่ายง่ายขึ้น | ต้องปิดบัญชีเดิมให้ครบและเก็บหลักฐาน |
ตารางนี้ไม่ได้บอกว่าอันไหนดีที่สุด เพราะคำตอบขึ้นกับรายได้ ภาระหนี้ และความเร็วในการใช้เงินของคุณมากกว่า
เริ่มจากเช็กตัวเองก่อน
ขั้นแรก ตรวจเครดิตบูโรของตัวเองผ่านช่องทางของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือผ่านแอปของสถาบันการเงินที่รองรับ ดูว่ามีบัญชีไหนค้างชำระ มีการค้างเกิน 30 วันย้อนหลังหรือไม่ และมีภาระผ่อนต่อเดือนรวมเท่าไร ข้อมูลชุดนี้คือสิ่งที่เจ้าหน้าที่เห็นก่อนคุณด้วยซ้ำ
ขั้นที่สอง คำนวณภาระหนี้ต่อรายได้ หลักคร่าว ๆ ที่ใช้กันคือภาระผ่อนรวมไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ monthly ถ้าคุณเงินเดือน 20,000 บาท และมีผ่อนรถอยู่ 6,000 บาท พื้นที่ที่เหลือสำหรับสินเชื่อก้อนใหม่อยู่ราว 2,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะกำหนดวงเงินที่ขอได้จริง ไม่ใช่ตัวเลขที่ต้องการ
ขั้นที่สาม ขอใบเสนอราคาที่ระบุต้นทุนรวมทั้งหมด ทั้งดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน และค่าปิดบัญชีก่อนกำหนด ถ้าตัวเลขพวกนี้ไม่ครบ ให้ถามจนครบก่อนเซ็น
ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบได้บ่อย
กรณีแรก คุณที่ทำงานประจำ money เดือน 25,000 บาท มีบัตรเครดิตค้างอยู่สามใบ จ่ายขั้นต่ำทุกเดือนจนดอกเบี้ยทบไปเรื่อย ๆ ทางที่ดีคือขอกู้รวมหนี้กับธนาคารที่มีอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียง 20% ต่อปี แล้วปิดบัญชีบัตรให้หมด จากนั้นตัดบัตรหรือลดวงเงินลง เพื่อไม่ให้กลับไปก่อหนี้ก้อนเดิม
กรณีที่สอง พ่อค้าแม่ค้าที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอและไม่มีสลิปเงินเดือน ทางเลือกที่สมจริงคือสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดหรือโครงการของธนาคารรัฐที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ แต่วงเงินจะเล็กและต้นทุนต่อปีสูงกว่ามาก จึงควรกู้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ และผ่อนให้หมดไว
กรณีที่สาม พนักงานที่เงินเดือน 15,000 บาท ซึ่งเป็นระดับรายได้ขั้นต่ำที่หลายธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต สิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติไม่ใช่การยื่นหลายที่ แต่คือการมีรายได้ประจำต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งปี ไม่มีประวัติค้างชำระ และภาระหนี้รวมไม่สูง
เอกสารและขั้นตอนที่ควรเตรียม
เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลังหกเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้หากเป็นลูกค้าที่มีรายได้ประจำ สำหรับอาชีพอิสระมักต้องใช้รายการเดินบัญชีและหลักฐานรายได้อื่นประกอบ
ยื่นผ่านสาขาหรือช่องทางออนไลน์ของธนาคารที่คุณมีบัญชีอยู่แล้ว จะช่วยลดขั้นตอนเพราะเจ้าหน้าที่เห็นประวัติการเดินบัญชีของคุณอยู่แล้ว หลังได้รับอนุมัติให้ตรวจสอบตารางผ่อนชำระอีกครั้งว่ายอดรวมที่จ่ายทั้งหมดเท่าไร ไม่ใช่ดูแค่ค่างวดต่อเดือน
ถ้ารู้สึกว่าถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ไม่แจ้งไว้ หรือถูกเสนอเงื่อนไขไม่ตรงกับที่ตกลง สามารถปรึกษาศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยที่สายด่วน 1213 หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 1166 ซึ่งเป็นช่องทางที่มีอยู่จริงและไม่เสียค่าใช้จ่ายในการขอคำปรึกษา
ก่อนเซ็นชื่อบรรทัดสุดท้าย
สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เมื่อใช้กับเหตุการณ์ที่ควบคุมได้ เช่น รวมหนี้ หรือค่าซ่อมบ้านฉุกเฉิน แต่จะกลายเป็นภาระทันทีถ้าใช้กับรายจ่ายประจำที่ไม่มีวันจบ
ลองหยุดคิดหนึ่งคืนก่อนยื่นกู้ ถ้าคำตอบคือกู้อีกครั้งเพื่อปิดงวดแรกของก้อนนี้ ให้กลับไปดูที่รายรับรายจ่ายก่อน แล้วค่อยตัดสินใจใหม่ เงินที่ยืมมาสร้างความสบายได้ แต่ตารางผ่อนที่เซ็นไปจะอยู่กับคุณไปอีกหลายปี เลือกให้ดีตั้งแต่วันนี้