ตลาดสินเชื่อบุคคลไทยตอนนี้มีอะไรให้ระวัง
สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและใช้เงินตามวัตถุประสงค์ส่วนตัว ทั้งผ่อนบ้านเพิ่ม เติมทุนร้าน หรือจ่ายค่ารักษา ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่ายอดคงค้างสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับเฉพาะส่วนที่ไม่มีทะเบียนรถเป็นประกันสูงราว 4.7 แสนล้านบาท และมีสัดส่วนค้างชำระเกินสามเดือนราว 3% ของพอร์ต ตัวเลขนี้บอกอะไรได้ชัดเจน คือสินเชื่อประเภทนี้เข้าถึงง่าย แต่ก็หลุดมือได้ง่ายพอ ๆ กัน
ปัญหาที่คนกู้เจอบ่อยมีอยู่ไม่กี่แบบ ซ้ำ ๆ เดิม ๆ
แบบแรกคือดอกเบี้ยที่โฆษณากับดอกเบี้ยในสัญญาไม่ใช่เลขเดียวกัน สถาบันการเงินชอบโชว์ "ดอกเบี้ยเริ่มต้น" แต่ต้นทุนจริงต้องดูอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี หรือ EIR ซึ่งรวมค่าธรรมเนียมเข้าไปแล้ว สำหรับสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับ เพดาน EIR อยู่ราว 25% ต่อปี ส่วนผู้ให้บริการรายย่อยอย่างนาโนไฟแนนซ์ขึ้นไปถึงประมาณ 33% และพิโกไฟแนนซ์ประมาณ 36% ต่อปี ถ้าเห็นตัวเลขเกินกว่านี้ ควรตั้งคำถามทันทีว่าใบอนุญาตมาจากไหน
แบบที่สองคือรายได้ไม่นิ่ง ฟรีแลนซ์ แม่ค้าออนไลน์ คนขับไรเดอร์ มีเงินเข้าแต่ไม่มีสลิปเงินเดือน กลุ่มนี้มักถูกธนาคารปฏิเสธ แล้วก็ไปจบที่สินเชื่อนอกระบบซึ่งคิดดอกเบี้ยแบบรายวัน
แบบที่สามคือการกู้ก้อนใหม่ไปปิดก้อนเก่า ภาระรายเดือนรวมเพิ่มขึ้น แทนที่จะลดลง เพราะไม่ได้ดูยอดผ่อนรวมต่อเดือนเทียบกับรายได้
เลือกช่องทางให้ตรงกับรายได้และวงเงินที่ต้องการ
แต่ละช่องทางมีเพดานและต้นทุนต่างกัน เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
| ช่องทาง | อัตราดอกเบี้ยโดยประมาณ (EIR ต่อปี) | วงเงินโดยทั่วไป | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | ราว 14–25% | ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท ตามรายได้ | ผ่อนได้นานสูงสุดประมาณ 60 เดือน ต้นทุนต่ำสุดในกลุ่ม | ตรวจเครดิตเข้ม ต้องมีรายได้ประจำและเอกสารครบ |
| บริษัทสินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร | ราว 20–25% | หลักพันถึงหลักแสนบาท | อนุมัติเร็ว รับอาชีพอิสระมากกว่า | ควรตรวจว่าอยู่ในรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต |
| นาโนไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 33% | ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย | ออกแบบมาสำหรับผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ | วงเงินเล็ก ผ่อนสั้น |
| พิโกไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 36% | ไม่เกิน 50,000 บาท (บางรูปแบบถึง 100,000 บาท) | เข้าถึงง่ายในต่างจังหวัด | ต้องมีที่อยู่หรือทำงานในจังหวัดเดียวกับผู้ให้บริการ |
| สหกรณ์ออมทรัพย์ | มักต่ำกว่าธนาคาร | ตามเงินเดือนและหุ้นสะสม | ดอกเบี้ยต่ำ หักเงินเดือนอัตโนมัติ | ต้องเป็นสมาชิกและมีเงินหุ้นตามข้อกำหนด |
ถ้ารายได้ประจำและเครดิตดี ธนาคารยังเป็นทางเลือกที่ต้นทุนต่ำที่สุด อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าความเสี่ยงต่ำมักอยู่ราว 14–16% ต่อปี แต่สัญญาจริงอาจขยับขึ้นใกล้เพดานได้ถ้าประวัติเครดิตมีตำหนิ
คนที่ไม่มีสลิปเงินเดือนควรเริ่มจากนาโนไฟแนนซ์หรือสหกรณ์ก่อน เพราะดอกเบี้ยยังอยู่ในกรอบที่กฎหมายควบคุม ดีกว่าไปกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยรายวันและทบต้นจนยอดหนี้โตเร็วกว่าเงินที่หามาได้
ตัวอย่างจากคนที่เจอมาก่อน
คุณนภัส ทำงานบริษัทในกรุงเทพฯ มีรายได้ประมาณ 30,000 บาทต่อเดือน อยากรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตสามใบรวมกันเกือบแสนบาท ตอนแรกเธอคิดจะกู้สินเชื่อส่วนบุคคลจากแอปที่โฆษณาว่า "อนุมัติใน 15 นาที" แต่พออ่านสัญญาเห็นว่าคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกในอัตราที่สูงกว่าธนาคารเกือบเท่าตัว เธอจึงยื่นขอกับธนาคารที่รับเงินเดือนเข้าบัญชีแทน ได้วงเงินพอปิดบัตรทั้งสามใบ และผ่อนเดือนละประมาณ 3,500 บาทในระยะสี่ปี ภาระรวมต่อเดือนลดลงเกือบครึ่ง
คุณสมพรเป็นแม่ค้าขายของชำในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ต้องการเงินหมุนสต๊อกช่วงเทศกาล แต่ไม่มีหลักฐานรายได้ที่ธนาคารต้องการ เธอเลือกสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ในจังหวัด เพราะใช้สำเนาทะเบียนบ้านและบัญชีร้านเป็นหลักฐาน วงเงินที่ได้ไม่สูง แต่ผ่อนสั้นและปิดได้ไว ซึ่งเหมาะกับความต้องการใช้เงินระยะสั้นมากกว่าการผ่อนยาวหลายปี
ทั้งสองกรณีชี้จุดเดียวกัน คือไม่ได้มีช่องทางที่ดีที่สุดเพียงทางเดียว แต่มีช่องทางที่ตรงกับสถานะรายได้และขนาดความต้องการของแต่ละคน
ก่อนเซ็นสัญญา ควรเช็กอะไรบ้าง
- คำนวณ EIR ด้วยตัวเอง จากยอดผ่อนรวมทั้งสัญญาลบด้วยเงินต้นที่ได้รับจริง ถ้าตัวเลขใกล้หรือเกินเพดานที่กฎหมายกำหนด ให้ถามหาคำอธิบายเป็นลายลักษณ์อักษร
- เทียบยอดผ่อนต่อเดือนกับรายได้สุทธิ ไม่ควรเกิน 30–40% ของรายได้จริง เพราะยังต้องเหลือเงินสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น
- ขอใบเสนอราคาที่ระบุค่าธรรมเนียมทั้งหมด ทั้งค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าประกันสินเชื่อที่อาจถูกบวกเข้าไปในเงินต้น และค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนด
- ตรวจประวัติเครดิตของตัวเองกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ถ้ามีหนี้ค้างหรือประวัติค้างชำระ ควรเคลียร์ก่อนยื่น เพราะการยื่นหลายที่พร้อมกันยิ่งทำให้ดูเหมือนขาดสภาพคล่อง
- ตรวจรายชื่อผู้ให้บริการกับรายการสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย และโทรถามศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินหากพบการเรียกเก็บที่ไม่เป็นธรรม
เอกสารที่ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือรับรองเงินเดือนหรือรายการเดินบัญชีย้อนหลังหลายเดือน และหลักฐานการทำงานปัจจุบัน การเตรียมครบช่วยลดรอบพิจารณาได้มาก โดยทั่วไปเกณฑ์อายุของผู้สมัครอยู่ที่ประมาณ 20–60 ปี และรายได้ขั้นต่ำเริ่มตั้งแต่ประมาณ 8,000 บาทต่อเดือนสำหรับผู้ให้บริการบางราย ไปจนถึง 15,000 บาทต่อเดือนสำหรับธนาคาร
อีกเรื่องที่คนมักมองข้ามคือวัตถุประสงค์การใช้เงิน ถ้าเป็นการรวมหนี้ ควรขอวงเงินพอดีกับยอดที่ต้องปิด ไม่ใช่เผื่อไว้เยอะ ๆ เพราะเงินที่เหลือจะกลายเป็นหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์
เริ่มจากตรงไหนก่อนดี
ถ้าตอนนี้คุณกำลังคิดจะกู้ เริ่มจากการเปิดรายการเดินบัญชีย้อนหลังสามเดือน เขียนรายรับรายจ่ายจริงลงกระดาษหนึ่งแผ่น ตัวเลขนี้จะบอกว่าคุณรับภาระผ่อนได้เดือนละเท่าไร จากนั้นค่อยเทียบข้อเสนออย่างน้อยสองแหล่ง ดู EIR ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยโฆษณา และอ่านเงื่อนไขการผิดนัดชำระให้จบก่อนเซ็น
สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเลือกช่องทางที่อยู่ในระบบและกู้เท่าที่จำเป็น เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณจัดการเงินก้อนใหญ่ได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินนอกระบบที่มีต้นทุนสูงกว่าหลายเท่า และถ้ายังไม่แน่ใจว่าข้อเสนอที่ได้รับเป็นธรรมหรือไม่ เก็บสัญญาไว้แล้วขอคำปรึกษาจากหน่วยงานคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินก่อนตัดสินใจลงชื่อ ทบทวนให้ครบหนึ่งรอบแล้วค่อยกดยื่น คำตอบที่ชัดเจนที่สุดจะมาจากตัวเลขของคุณเอง