สถานการณ์สินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศไทยตอนนี้
การใช้จ่ายของคนไทยในยุคนี้มาพร้อมกับความจำเป็นในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ในไทยยังคงทรงตัวที่ระดับ 6.27% ต่อปี ขณะที่สถาบันการเงินและบริษัทสินเชื่อต่าง ๆ ต่างแข่งขันกันนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ
แต่การกู้เงินในยุคนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการกรอกเอกสารแล้วรอเงินเข้า บริษัทสินเชื่อส่วนใหญ่จะตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรของผู้สมัครก่อนเสมอ หากใครมีประวัติการชำระล่าช้าหรือมีหนี้ค้างชำระ โอกาสที่สินเชื่อจะถูกปฏิเสธก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย ในทางกลับกัน คนที่มีประวัติการชำระดีและมีรายได้มั่นคงก็จะได้เปรียบในการเจรจาต่อรองดอกเบี้ย
ปัญหาที่คนไทยเจอบ่อย ๆ ในการขอกู้สินเชื่อส่วนบุคคล มีดังนี้
- เอกสารไม่พร้อมหรือรายได้ไม่ตรงตามเกณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ มักถูกปฏิเสธจากธนาคารเพราะไม่มีสลิปเงินเดือนยืนยัน
- ภาระหนี้เดิมสูงเกินไป เมื่อคิดสัดส่วนหนี้ต่อรายได้แล้วเกินเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด ทำให้วงเงินที่ได้รับน้อยกว่าที่ต้องการ
- เลือกผลิตภัณฑ์ผิดประเภท เช่น ด่วนใช้เงินแต่ไปสมัครสินเชื่อที่ใช้เวลาอนุมัติเป็นสัปดาห์ หรือต้องการวงเงินสูงแต่เลือกสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ที่มีวงเงินจำกัด
ทางเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลที่ควรรู้จัก
การเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องยาก หากเราเข้าใจความแตกต่างของแต่ละประเภท แล้วเลือกให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง
สินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารพาณิชย์
เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้มีเงินเดือนประจำ เพราะอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างแข่งขันได้ และวงเงินสูงถึงหลายเท่าของรายได้ ธนาคารชั้นนำอย่างกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย และกรุงเทพ ต่างมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบผ่อนชำระรายเดือนแบบลดต้นลดดอก วงเงินเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านบาท ขึ้นอยู่กับรายได้และประวัติเครดิต
จุดที่ต้องระวังคือ ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดให้ผู้สมัครมีรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน และต้องมีอายุงานอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานหรือมีรายได้ไม่คงที่
สินเชื่อจากบริษัทไฟแนนซ์และนอนแบงก์
กลุ่มนี้ตอบโจทย์คนที่ธนาคารปฏิเสธหรือต้องการความรวดเร็ว อย่างเงินติดล้อ AEON หรือ KTC ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องการอนุมัติไวและเอกสารน้อย บางรายให้วงเงินสูงถึง 5-10 เท่าของรายได้ และอนุมัติภายใน 1-3 วันทำการ
แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคืออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคาร เนื่องจากผู้ให้กู้ต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ก่อนเซ็นสัญญาควรคำนวณภาระผ่อนต่องวดให้ละเอียด และตรวจสอบค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าประกันสินเชื่อ ค่าอากรแสตมป์ ที่อาจซ่อนอยู่ในสัญญา
สินเชื่อดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน
เทรนด์ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้คือการกู้ผ่านแอปบนมือถือ อย่าง FINNIX ของธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ CLICX ที่เพิ่งเปิดตัว โดยเฉพาะกลุ่มนาโนไฟแนนซ์ที่อนุมัติวงเงินเล็ก ๆ ตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท ใช้เวลาพิจารณาไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่ต้องการเงินด่วนจริง ๆ
ข้อดีของสินเชื่อดิจิทัลคือ ไม่ต้องเตรียมเอกสารเยอะ ใช้แค่บัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัว แต่ข้อเสียคือวงเงินจำกัด และอัตราดอกเบี้ยต่อปีค่อนข้างสูง หากกู้แล้วผ่อนช้าอาจกลายเป็นภาระที่บานปลายได้
ตารางเปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลยอดนิยม
| ประเภทสินเชื่อ | ตัวอย่างผู้ให้บริการ | วงเงินโดยประมาณ | อัตราดอกเบี้ยต่อปี | เหมาะสำหรับ | ข้อควรระวัง |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | กสิกรไทย, กรุงไทย, ไทยพาณิชย์ | หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท | เริ่มต้นประมาณ 10-15% | ผู้มีเงินเดือนประจำและประวัติเครดิตดี | ใช้เวลาอนุมัติ 3-7 วันทำการ |
| นอนแบงก์ | เงินติดล้อ, AEON, KTC | หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท | สูงกว่าธนาคารพอสมควร | ผู้ที่ธนาคารปฏิเสธหรือต้องการวงเงินด่วน | ค่าธรรมเนียมแฝงและดอกเบี้ยสูง |
| สินเชื่อดิจิทัล | FINNIX, CLICX, แอปนาโนไฟแนนซ์ | หลักพันถึงหลักหมื่นบาท | ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบวงเงิน | คนรุ่นใหม่ที่ต้องการเงินด่วนวงเงินเล็ก | ผ่อนช้าหลายงวดภาระดอกเบี้ยบานปลาย |
ขั้นตอนกู้สินเชื่อส่วนบุคคลให้ผ่านฉลุย
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติได้มากกว่าที่คิด ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้
ตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรก่อน ทุกคนสามารถขอเช็คเครดิตบูโรของตัวเองได้ปีละครั้งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากพบรายการผิดปกติหรือหนี้ที่ชำระไปแล้วแต่ยังไม่ตัดบัญชี ให้ติดต่อสถาบันการเงินต้นทางเพื่อแก้ไขก่อนยื่นกู้ เพราะประวัติที่ดีคือใบเบิกทางสู่การอนุมัติที่รวดเร็ว
เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน สำหรับมนุษย์เงินเดือนเตรียมสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน ทะเบียนบ้าน และบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน ส่วนฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการควรเตรียมภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 ย้อนหลัง 2 ปี และเอกสารแสดงรายได้อื่น ๆ เพิ่มเติม
คำนวณความสามารถในการผ่อน หลักทั่วไปคือ ค่างวดต่อเดือนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน หากมีหนี้เดิมอยู่แล้ว ควรนำยอดผ่อนทั้งหมดมารวมกันแล้วค่อยตัดสินใจ ยืมเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่ยืมเท่าที่เขาอนุมัติให้
เปรียบเทียบข้อเสนอก่อนตัดสินใจ อย่าดูแค่ดอกเบี้ยรายปี แต่ให้ดูเงื่อนไขทั้งหมดรวมกัน ทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าประกัน ค่าปรับชำระก่อนกำหนด และระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด บางเจ้าให้ดอกเบี้ยต่ำแต่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงที่ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้น
เลือกช่องทางสมัครที่สะดวก ปัจจุบันทุกธนาคารมีช่องทางสมัครออนไลน์ หรือหากต้องการคำแนะนำแบบตัวต่อตัว การเข้าไปปรึกษาที่สาขาก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ถนัดใช้เทคโนโลยี
เรื่องที่คนกู้สินเชื่อส่วนบุคคลมักมองข้าม
หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ การกู้หลายเจ้าในเวลาเดียวกัน เพราะยิ่งกู้หลายที่ ยิ่งทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้น และยังส่งผลต่อประวัติเครดิตในอนาคต เพราะทุกครั้งที่ยื่นกู้ สถาบันการเงินจะทำการสอบถามประวัติเครดิตบูโร ซึ่งการสอบถามบ่อย ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงทางการเงิน
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ สินเชื่อส่วนบุคคลบางประเภทมีการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก หมายความว่าดอกเบี้ยจะคำนวณจากยอดหนี้คงเหลือที่ลดลงเรื่อย ๆ ตามการผ่อนชำระ หากใครมีเงินก้อนเหลือควรโปะปิดหนี้บางส่วน เพราะจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยระยะยาวได้มาก และหากผ่อนชำระครบตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ ประวัติเครดิตที่ดีก็จะช่วยให้การกู้ครั้งต่อไปง่ายขึ้นและได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่ต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลวงเงินสูงเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เดิมรวมกันเป็นก้อนเดียว ควรศึกษาตัวเลือกของธนาคารที่ให้วงเงินสูงและดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษ เพราะการรวมหนี้ช่วยให้บริหารเงินได้ง่ายขึ้น แต่ต้องมั่นใจว่าไม่กลับไปเป็นหนี้ใหม่เพิ่มอีก
เมื่อตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ได้แล้ว อย่าลืมอ่านเงื่อนไขสัญญาทุกบรรทัดก่อนเซ็น หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ทันที และเก็บสำเนาสัญญาไว้เป็นหลักฐานเสมอ
การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเรามีวินัยทางการเงินและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ เริ่มต้นจากการประเมินตัวเอง สำรวจทางเลือกทั้งหมด แล้วค่อยตัดสินใจอย่างรอบคอบ เงินทุนก้อนนี้จะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตคล่องตัวขึ้น ไม่ใช่ภาระที่รัดคอเราในภายหลัง