ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลไทยตอนนี้เป็นอย่างไร
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ราว 13.67 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 85% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งเป็นระดับที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน สิ่งที่น่ากังวลคือโครงสร้างหนี้เปลี่ยนไป จากเดิมที่คนเริ่มก่อหนี้ตอนอายุใกล้สามสิบ ตอนนี้คนอายุ 20 ต้น ๆ เริ่มมีภาระจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคและบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังกันมากขึ้น
ตัวเลขบัญชีซื้อก่อนจ่ายทีหลังพุ่งจากหลักแสนเป็นราว 6 ล้านบัญชี และคนไทยราว 40% หรือประมาณ 25 ล้านคนมีภาระหนี้อยู่แล้ว เมื่อบวกกับค่าครองชีพที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลจึงกลายเป็นทางออกที่คนหยิบมาใช้บ่อย แต่การหยิบมาใช้อย่างไม่เข้าใจโครงสร้างต้นทุน คือจุดที่ทำให้หนี้เล็กกลายเป็นหนี้ใหญ่
ห้าจุดที่คนกู้ส่วนบุคคลพลาดบ่อยที่สุด
ดูแค่วงเงินที่ได้ ไม่ดูต้นทุนจริง หลายคนเลือกจากยอดอนุมัติสูงสุดและค่างวดที่ต่ำที่สุด ทั้งที่ตัวเลขที่ควรถามก่อนคืออัตราดอกเบี้ยEffective Rate หรือ EIR ซึ่งรวมค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เข้าไปแล้ว สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช้หลักประกันภายใต้การกำกับดูแลมีเพดาน EIR ประมาณ 25% ต่อปี แต่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกรอบอื่น เช่น สินเชื่อนาโนหรือพิโกไฟแนนซ์ มีเพดานสูงกว่านั้นชัดเจน
ยื่นหลายธนาคารพร้อมกัน ทุกครั้งที่ยื่นคำขอ สถาบันการเงินจะดึงข้อมูลเครดิตบูโรและบันทึกไว้ การยื่นสิบที่ในสัปดาห์เดียวไม่ได้ทำให้ได้อนุมัติเร็วขึ้น แต่ทำให้ประวัติการขอสินเชื่อดูน่ากังวลในสายตาผู้อนุมัติ
กู้ระยะสั้นเพราะค่างวดถูกใจ ระยะเวลาผ่อนสั้นทำให้ค่างวดสูง และกินสัดส่วนรายได้เกินครึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการผ่อนไม่ไหวในภายหลัง
ใช้สินเชื่อส่วนบุคคลไปปิดบัตรเครดิต ถ้าอัตราของสินเชื่อใหม่ต่ำกว่าจริงก็คุ้ม แต่ถ้าแลกกับการยืดระยะเวลาและเพิ่มค่าธรรมเนียม ภาพรวมอาจแย่กว่าเดิมหลายคนไม่ได้คำนวณจุดนี้
ไม่เหลือกันชนในรายได้ เกณฑ์คร่าว ๆ ที่ควรใช้คือภาระผ่อนรวมทุกรายการไม่เกิน 30–35% ของรายได้สุทธิ ถ้าชนกับค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และค่าเรียนบุตรแล้วเหลือน้อยกว่านั้น ความเสี่ยงจะสูงมาก
เทียบช่องทางกู้ที่คนไทยใช้กัน
| ช่องทาง | วงเงินโดยประมาณ | ต้นทุนต่อปี | เหมาะกับ | ข้อควรระวัง |
|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคาร | ตั้งแต่หลักหมื่นถึง 2 ล้านบาท หรือไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ | เริ่มราว 9.99% ถึงเพดานประมาณ 25% | พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือน | เงื่อนไขรายได้ขั้นต่ำและอายุงาน |
| บัตรกดเงินสด | ตามวงเงินที่อนุมัติ | มักสูงกว่าสินเชื่อธนาคาร | ใช้เงินหมุนเวียนระยะสั้นมาก | ดอกเบี้ยนับรายวัน |
| สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย | เพดาน EIR ประมาณ 33% | อาชีพอิสระ รายได้ไม่คงที่ | วงเงินเล็ก ต้องผ่อนถี่ |
| พิโกไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 5 หมื่นบาทต่อราย (บางแบบสูงถึง 1 แสน) | เพดาน EIR ประมาณ 36% | คนในอำเภอที่เข้าถึงธนาคารยาก | ควรตรวจใบอนุญาตก่อนทำสัญญา |
| สหกรณ์ออมทรัพย์ | ตามข้อบังคับของแต่ละแห่ง | ต่ำกว่าตลาดทั่วไป | สมาชิกที่มีเงินหุ้นสะสม | ต้องเป็นสมาชิกตามเงื่อนไข |
ตัวอย่างเงื่อนไขที่พบบ่อยในตลาด เช่น สถาบันการเงินบางแห่งกำหนดผู้กู้ต้องมีอายุ 21–59 ปี รายได้ประจำขั้นต่ำ 20,000 บาทต่อเดือน อายุงานอย่างน้อย 6 เดือน และวงเงินไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ สังเกตว่าตัวเลขพวกนี้ต่างกันในแต่ละแห่ง จึงควรเทียบอย่างน้อยสามที่ก่อนตัดสินใจ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ กู้ 100,000 บาท ผ่อน 36 งวด ที่อัตรา 16.99% ต่อปี ค่างวดจะอยู่ที่ราว 3,570 บาท และจ่ายรวมทั้งหมดประมาณ 128,000 บาท นั่นหมายความว่าดอกเบี้ยทั้งสัญญาเกือบสามหมื่นบาท ตัวเลขนี้คือสิ่งที่ควรเห็นก่อนเซ็น ไม่ใช่เห็นแค่ค่างวด
เลือกแบบไหนให้ตรงกับสถานะการเงินของคุณ
พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือน
กลุ่มนี้เข้าถึงสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารได้ง่ายที่สุดและได้ต้นทุนต่ำที่สุด เอกสารที่ต้องเตรียมคือสำเนาบัตรประชาชน สลิปเงินเดือนล่าสุดหรือหนังสือรับรองเงินเดือน และรายการเดินบัญชีรับเงินเดือนย้อนหลังราว 3 เดือน คุณอ้อย พนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ เล่าว่าตอนแรกยื่นพร้อมกันสี่ธนาคารเพราะกลัวไม่อนุมัติ ผลคือได้วงเงินต่ำกว่าที่ควร จากนั้นหันมาเตรียมเอกสารให้ครบและยื่นทีละแห่งตามลำดับต้นทุน ตอนนี้ผ่อนเดือนละประมาณ 4,000 บาท จากเงินเดือน 32,000 บาท ซึ่งยังเหลือกันชนพอสมควร
อาชีพอิสระและรายได้ไม่คงที่
คนกลุ่มนี้มักถูกปฏิเสธจากธนาคารเพราะรายได้ไม่เป็นก้อนสม่ำเสมอ ทางเลือกที่ واقعกว่าคือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอนโดยเฉพาะ แต่ต้องยอมรับต้นทุนที่สูงกว่า และควรเลือกวงเงินเท่าที่จำเป็นจริง ๆ ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ควรเช็กว่ามีสาขาของผู้ให้บริการรายนั้นในอำเภอหรือไม่ เพราะการเดินทางไปชำระเงินทุกเดือนมีผลกับวินัยการผ่อนอย่างมาก
คนที่มีหนี้เดิมหลายก้อน
ถ้ามีบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อทะเบียนรถปนกันอยู่ การกู้ก้อนใหม่เพื่อรวมหนี้ (รีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคล) ช่วยได้เฉพาะเมื่ออัตราใหม่ต่ำกว่าเดิมจริงและระยะเวลารวมไม่ยืดออกไปจนจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มมหาศาล อีกเส้นทางที่คนไทยจำนวนมากไม่รู้คือคลินิกแก้หนี้ ซึ่งดูแลลูกหนี้ที่ค้างชำระก่อนห้ามสินเชื่อ ส่วนคนที่ยังผ่อนไหวแต่ตึงตัว ควรคุยกับเจ้าหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้โดยตรงก่อนที่ยอดจะกลายเป็นหนี้เสีย
ก่อนเซ็นสัญญา ควรทำตามลำดับนี้
- ขอรายงานเครดิตบูโรของตัวเองก่อนยื่นกู้ ตามสิทธิผู้บริโภคสามารถขอได้ปีละหนึ่งครั้ง ใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์ในการตรวจสอบข้อมูล
- ขอใบเสนอที่ระบุ EIR ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าปิดบัญชีก่อนกำหนด และค่าปรับกรณีชำระล่าช้าเป็นลายลักษณ์อักษร
- คำนวณค่างวดรวมทุกก้อนเทียบกับรายได้สุทธิ ถ้าเกิน 35% ให้ลดวงเงินหรือยืดระยะเวลาออกไป
- ยื่นเฉพาะสถาบันที่มีใบอนุญาตและมีสาขาหรือช่องทางชำระที่เข้าถึงได้จริง
- เก็บสำเนาสัญญาและตารางผ่อนไว้ตลอดอายุสัญญา
- หากถูกเรียกเก็บเกินกว่าที่ตกลง หรือถูกเร่งรัดผิดวิธี ติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยที่สายด่วน 1213
ในพื้นที่อย่างเชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ งานมหกรรมการเงินที่จัดเป็นประจำทุกปีเป็นจุดที่รวมผลิตภัณฑ์จากหลายสถาบันไว้ในที่เดียว ใช้เวลาเดินเทียบอัตราดอกเบี้ยและถามเงื่อนไขได้โดยไม่ต้องยื่นเอกสาร ซี่งช่วยลดจำนวนครั้งในการขอสินเชื่อได้ดี
ปิดท้าย
สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่เรื่องผิด และไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป ตัวชี้วัดง่าย ๆ คือถ้าค่างวดที่ต้องจ่ายทำให้คุณต้องกู้เพิ่มเพื่อใช้จ่ายในเดือนถัดไป แปลว่าวงเงินนั้นใหญ่เกินไปแล้ว ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเทียบ EIR จากสามแหล่ง และตรวจเครดิตบูโรของตัวเองก่อนตัดสินใจ_once คุณทำแบบนี้ ต้นทุนที่ประหยัดได้มักมากกว่าส่วนลดใด ๆ ที่โปรโมชันเสนอให้