หนี้ household ในไทยยังสูง และคนกู้ส่วนใหญ่ไม่ได้วางแผน
ภาพของคนที่เดินเข้าไปยื่นกู้สินเชื่อส่วนบุคคลในไทยไม่ได้มีแบบเดียว anymore. มีทั้งพนักงานออฟฟิศที่อยากรวมหนี้บัตรเครดิต พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเงินหมุนร้าน และไรเดอร์ที่รายได้แต่ละเดือนไม่เท่ากัน สามกลุ่มนี้เจอปัญหาคนละแบบ
กลุ่มแรกคือคนที่มีรายได้ประจำแต่มีหนี้หลายก้อนกระจายอยู่ตามบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลรายย่อย ดอกเบี้ยแต่ละก้อนต่างกัน ทำให้ทุกเดือนจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ และเงินต้นแทบไม่ลด ปัญหาคือเขาไม่ได้คำนวณว่าการรวมหนี้ควรทำเมื่อไหร่
กลุ่มที่สองคืออาชีพอิสระและผู้มีรายได้ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศนี้ เวลาขอยื่นกู้กับธนาคารมักติดตรงเอกสารรายได้ เพราะไม่มีสลิปเงินเดือนให้ยืนยัน
กลุ่มที่สามคือคนที่กำลังรีบ ต้องการเงินด่วนภายในสองสามวัน จึงรับข้อเสนอจากที่ไหนก็ได้ที่โทรมา โดยไม่ตรวจว่าผู้ให้บริการรายนั้นมีใบอนุญาตหรือไม่
สิ่งที่ทั้งสามกลุ่มมีเหมือนกันคือความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยยังคลาดเคลื่อน หลายคนเห็นตัวเลข 2% แล้วคิดว่าแพงน้อย ทั้งที่มันคือ 2% ต่อเดือน ซึ่งเมื่อคิดเป็นอัตราต่อปีก็สูงกว่าที่คาดไว้มาก
เลือกสินเชื่อให้ตรงกับรายได้และวัตถุประสงค์
สินเชื่อส่วนบุคคลในระบบของไทยแบ่งได้กว้าง ๆ สี่ระดับ ตั้งแต่สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ไปจนถึงนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ที่ออกแบบมาสำหรับคนรายได้ไม่สม่ำเสมอโดยเฉพาะ
ตารางด้านล่างสรุปภาพรวมของแต่ละแบบ โดยตัวเลขวงเงินและดอกเบี้ยอ้างอิงจากข้อมูลที่ผู้ให้บริการและหน่วยงานกำกับประกาศไว้
| ประเภทสินเชื่อ | วงเงินโดยประมาณ | ดอกเบี้ย (ต่อปี) | ระยะเวลาผ่อน | เหมาะกับใคร | ข้อควรระวัง |
|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลธนาคาร (เช่น Krungsri iFIN) | สูงสุด 2,000,000 บาท และไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ | ประมาณ 21%–25% | 12–60 เดือน | พนักงานประจำที่มีสลิปเงินเดือนและประวัติเครดิตดี | ต้องแสดงรายได้ชัดเจน อนุมัติอาจใช้เวลาหลายวัน |
| สินเชื่อดิจิทัลภายใต้การกำกับ (เช่น MoneyThunder) | สูงสุด 1,000,000 บาท | ประมาณ 20.99%–25% | 12–60 เดือน | คนที่ต้องการความเร็วและสมัครผ่านมือถือ | ต้องอ่านเงื่อนไขวงเงินหมุนเวียนให้ดี เพราะการชำระขั้นต่ำทำให้หนี้ยืดได้ |
| นาโนไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 100,000 บาท | ไม่เกิน 33% | 6–84 เดือน | อาชีพอิสระ รายได้ไม่สม่ำเสมอ อายุ 20–65 ปี | ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคาร ต้องเช็กใบอนุญาตผู้ให้บริการ |
| พิโกไฟแนนซ์ | ไม่เกิน 50,000 บาท | ไม่เกิน 36% | ตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ | คนที่ทำงานและอาศัยอยู่ในจังหวัดเดียวกับสำนักงาน | วงเงินเล็กและดอกเบี้ยสูง เหมาะกับเงินฉุกเฉินระยะสั้นเท่านั้น |
จุดที่คนมักพลาดคือการดูแค่ดอกเบี้ยต่อเดือน ตัวอย่างเช่นนาโนไฟแนนซ์ที่คิด 2.75% ต่อเดือน ฟังดูเบา แต่เมื่อแปลงเป็นอัตราต่อปีแบบรวมค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ราว 33% ซึ่งสูงกว่าสินเชื่อธนาคารชัดเจน ตัวเลขที่ควรใช้เทียบคือ EIR หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี ไม่ใช่ดอกเบี้ยรายเดือนหรือดอกเบี้ยแบบคงที่
อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจคือความต่างระหว่างดอกเบี้ยแบบคงที่กับแบบลดต้นลดดอก สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารและสินเชื่อดิจิทัลส่วนใหญ่ในปัจจุบันคิดแบบลดต้นลดดอก คือดอกเบี้ยคำนวณจากเงินต้นที่เหลืออยู่ ทำให้ภาระดอกเบี้ยรวมน้อยกว่าแบบคงที่ในวงเงินและระยะเวลาที่เท่ากัน
คุณนภา ทำงานฝ่ายบัญชีที่กรุงเทพฯ เคยถือหนี้บัตรเครดิตสามใบและสินเชื่อส่วนบุคคลอีกหนึ่งก้อน เธอเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารเพื่อรวมหนี้เป็นก้อนเดียวที่ดอกเบี้ยประมาณ 22% ต่อปี ผ่อน 48 เดือน สิ่งที่เธอบอกว่าช่วยที่สุดคือการทำตารางรายรับรายจ่ายก่อนยื่นกู้ ทำให้รู้ว่าควรงวดไม่เกินเดือนละเท่าไร ไม่ใช่ยืมเต็มวงเงินที่ธนาคารเสนอ
ฝั่งต่างจังหวัดมีกรณีของคุณสมชาย พ่อค้าอาหารตามสั่งในเชียงใหม่ เขาไม่มีสลิปเงินเดือนและเคยถูกปฏิเสธสินเชื่อธนาคารสองครั้ง เขาเปลี่ยนมาขอยื่นนาโนไฟแนนซ์กับผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาต วงเงิน 60,000 บาท ผ่อนเดือนละประมาณ 3,000 บาทเป็นเวลา 24 เดือน ดอกเบี้ยสูงกว่าธนาคารจริง แต่เขาวางแผนปิดก่อนกำหนดด้วยการเก็บเงินเพิ่มเดือนละ 2,000 บาท เพราะผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีค่าปรับกรณีปิดก่อนกำหนดในหลายราย
ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนเซ็นสัญญา
เริ่มจากเช็กภาระหนี้ปัจจุบันทั้งหมดก่อน รวมยอดผ่อนต่อเดือนของทุกก้อน แล้วเทียบกับรายได้สุทธิ หลายคนพบว่าตัวเองผ่อนอยู่แล้วเกินครึ่งของรายได้ ซึ่งเป็นจุดที่การกู้เพิ่มจะทำให้เสี่ยงผิดนัด
ขั้นต่อไปคือตรวจประวัติเครดิตของตัวเองกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งผู้บริโภคสามารถขอตรวจได้ปีละหนึ่งครั้ง การรู้ว่าตัวเองมีประวัติอย่างไรช่วยให้คาดเดาผลอนุมัติและ negociating เงื่อนไขได้ดีขึ้น
ก่อนเซ็นสัญญา ให้ถามผู้ให้บริการสี่ข้อนี้ทุกครั้ง คืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปีเท่าไร มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้างนอกเหนือจากดอกเบี้ย ค่าปรับกรณีชำระล่าช้าคิดอย่างไร และปิดบัญชีก่อนกำหนดมีค่าใช้จ่ายหรือไม่ คำตอบทั้งสี่ข้อนี้ควรปรากฏในสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่แค่คำบอกเล่าจากพนักงานขาย
เรื่องใบอนุญาตก็สำคัญ สินเชื่อส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยต้องมีเพดานดอกเบี้ยที่ชัดเจน ส่วนนาโนไฟแนนซ์และพิโกไฟแนนซ์ก็มีเพดานของตัวเอง หากผู้ให้บริการรายใดเสนอเงินกู้โดยไม่แสดงชื่อนิติบุคคลหรือไม่ระบุเลขใบอนุญาต ควรชะลอไว้ก่อน
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบได้คือเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยและศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ซึ่งให้คำปรึกษาเรื่องหนี้สินโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บไซต์ของผู้ให้บริการแต่ละราย ซึ่งมักแสดงตัวอย่างการคำนวณค่างวดไว้ให้ดูประกอบการตัดสินใจ
อีกวิธีที่ช่วยได้จริงคือการลองคำนวณค่างวดล่วงหน้าสองแบบ คือแบบผ่อนสั้นและแบบผ่อนยาว แล้วดูว่าภาระรายเดือนแบบไหนที่ตัวเองรับได้โดยไม่กระทบเงินออม ระยะผ่อนที่ยาวขึ้นช่วยลดค่างวดต่อเดือน แต่ก็ทำให้จ่ายดอกเบี้ยรวมมากขึ้นตามไปด้วย
การกู้เงินไม่ใช่เรื่องผิด สิ่งที่ทำให้คนจมหนี้มักไม่ใช่การกู้ครั้งแรก แต่เป็นการกู้ซ้ำเพื่อปิดช่องว่างของการกู้ครั้งก่อน ถ้าวันนี้คุณกำลังชั่งใจอยู่ ลองเริ่มจากการเขียนตัวเลขทั้งหมดลงกระดาษหนึ่งแผ่น เปรียบเทียบข้อเสนอจากอย่างน้อยสองราย และเลือกวงเงินที่ต่ำกว่าที่ได้รับอนุมัติหากยังไม่แน่ใจ ร้านค้าและอาชีพอิสระในต่างจังหวัดจำนวนมากเริ่มต้นจากเงินกู้ก้อนเล็ก แล้วค่อย ๆ ปิดก่อนกำหนดเมื่อรายได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการยืมเต็มวงเงินตั้งแต่ต้น