ภาพรวมของตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศไทย
สินเชื่อส่วนบุคคลในไทยมีให้เลือกหลายชั้น ตั้งแต่สินเชื่อเงินก้อนของธนาคารพาณิชย์ สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ที่อนุมัติไว ไปจนถึงผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคารซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ข้อดีคือทางเลือกเยอะ ข้อเสียคือคนกู้มักเทียบกันไม่ถูก เพราะแต่ละเจ้านำเสนอตัวเลขคนละแบบ บางแห่งบอกดอกเบี้ยต่อปี บางแห่งบอกดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินรวมกันต่อเดือน ตัวเลข 1.25% ต่อเดือนฟังดูเล็ก แต่พอคูณสิบสองเดือนก็ไม่ได้น้อยอย่างที่คิด
อีกจุดที่คนมักสะดุดคือวงเงินที่อนุมัติ สถาบันการเงินส่วนใหญ่คิดวงเงินจากรายได้ต่อเดือน ไม่ใช่จากความสามารถในการผ่อนจริงของแต่ละคน เพดานที่พบทั่วไปคือไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ และหลายแห่งมีรายได้ขั้นต่ำประมาณ 15,000 บาทต่อเดือนสำหรับพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์กับเจ้าของกิจการจะมีเงื่อนไขเอกสารรายได้ย้อนหลังเพิ่มเข้ามา ทำให้คนที่รายได้ไม่สม่ำเสมอแต่มั่นคงจริงบางครั้งได้วงเงินต่ำกว่าที่ต้องการ
สามกับดักที่คนกู้เจอบ่อย
กับดักแรกคือการกู้เต็มเพดานเพราะคิดว่า "ได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น" วงเงิน 5 เท่าของรายได้อาจดูน่ากด แต่ยอดผ่อนต่อเดือนจะกินรายได้ไปหลายส่วนจนไม่มีที่ว่างสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
กับดักที่สองคือหนี้หมุนเวียนประเภทวงเงินที่จ่ายขั้นต่ำได้ ถ้าคุณจ่ายแค่ขั้นต่ำทุกเดือน เงินจะไหลไปที่ดอกเบี้ยเกือบทั้งหมด ต้นไม่ค่อยลด หลายคนเป็นแบบนี้มาสองสามปีแล้วยอดหนี้แทบไม่ขยับ ทางออกที่หน่วยงานกำกับดูแลสนับสนุนคือการแปลงหนี้เป็นแบบผ่อนเป็นงวด ซึ่งมักได้อัตราดอกเบี้ยต่ำลงและเห็นเส้นชัยชัดขึ้น
กับดักที่สามคือการสมัครหลายเจ้าในเวลาไล่เลี่ยกัน ทุกครั้งที่ยื่นกู้จะมีการตรวจข้อมูลเครดิต ถ้ามีการยื่นหลายที่พร้อมกัน ผู้ให้บริการรายหลังอาจมองว่าคุณกำลังเร่งหาเงินและมีภาระหนี้เพิ่ม แถมประวัติการยื่นกู้ยังถูกบันทึกไว้ด้วย ทางที่ดีคือเลือกยื่นทีละรายที่คิดว่าใช่จริง
เทียบตัวเลือกให้เห็นภาพก่อนตัดสินใจ
ตารางด้านล่างรวบรวมประเภทสินเชื่อที่คนไทยใช้กันบ่อย พร้อมช่วงดอกเบี้ย วงเงิน และข้อควรรู้ ตัวเลขเป็นเพียงกรอบโดยประมาณจากข้อมูลที่ผู้ให้บริการแต่ละรายประกาศไว้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับผู้ให้บริการอีกครั้งก่อนสมัคร
| ประเภทสินเชื่อ | ดอกเบี้ยโดยประมาณต่อปี | วงเงินและระยะผ่อน | เหมาะกับใคร | ข้อควรรู้ |
|---|
| สินเชื่อเงินก้อนของธนาคาร สำหรับพนักงานประจำ | ประมาณ 13%–25% | สูงสุด 5 เท่าของรายได้ ผ่อนได้ราว 12–72 งวด | คนมีสลิปเงินเดือนและรายได้ขั้นต่ำตามเกณฑ์ | ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ ส่วนใหญ่ราว 15,000 บาทต่อเดือน |
| สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ของธนาคาร | ประมาณ 21%–25% | สูงสุดหลายล้านบาทในบางแห่ง ผ่อน 12–60 งวด | คนที่ต้องการความเร็วและไม่สะดวกไปสาขา | มักไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน แต่ต้องแนบเอกสารรายได้ครบ |
| สินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล วงเงินเล็ก | ไม่เกิน 25% | วงเงินเล็กต่อผู้ให้บริการหนึ่งราย | คนต้องการเงินด่วนจำนวนไม่มาก | ถ้ากู้หลายเจ้า ภาระรวมจะบานปลายง่าย |
| สินเชื่อของผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร | ประมาณ 15%–25% | ตามรายได้ หลักแสนถึงหลักล้าน | ฟรีแลนซ์ เจ้าของร้านที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ | ต้องดูค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินให้ดี |
| สินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น รถยนต์ | ประมาณ 6%–15% | สูงกว่าแบบไม่มีหลักประกัน | คนมีทรัพย์สินและต้องการวงเงินใหญ่ | เสี่ยงเสียทรัพย์สินหากผิดนัดชำระ |
| คลินิกแก้หนี้ สำหรับผู้ที่มีหนี้ค้างชำระ | ประมาณ 3%–5% | ผ่อนได้นานถึง 10 ปี | คนที่ค้างชำระจนกลายเป็นหนี้เสีย | ต้องเข้าเกณฑ์และปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ |
จะเห็นว่าช่วงดอกเบี้ยต่ำสุดมักมาพร้อมเงื่อนไขที่เข้มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลักประกันหรือประวัติการชำระที่ดี ส่วนสินเชื่อที่อนุมัติง่ายที่สุดมักมีดอกเบี้ยสูงสุด นี่คือเหตุผลที่การเทียบควรดู "ดอกเบี้ยeffectiveต่อปี" ไม่ใช่ตัวเลขต่อเดือนที่โฆษณาไว้
วางแผนวงเงินและยอดผ่อนให้พอดีกับชีวิต
หลักคิดง่าย ๆ ที่หลายธนาคารใช้คือ ภาระผ่อนรวมทุกก้อนไม่ควรเกินประมาณ 40% ของรายได้ต่อเดือน ถ้าคุณมีรายได้ 30,000 บาท ก็แปลว่าเหลือที่ให้ผ่อนได้ราว 12,000 บาท ถ้ามีผ่อนรถอยู่แล้ว 5,000 บาท สินเชื่อส่วนบุคคลใหม่จึงไม่ควรเกิน 7,000 บาทต่อเดือน
ยกตัวอย่างเคสที่เจอบ่อย พนักงานบริษัทอายุสามสิบต้น ๆ รายได้ราว 28,000 บาท ต้องการเงินก้อน 150,000 บาทไปปิดหนี้บัตรและปรับปรุงบ้าน ตามเพดาน 5 เท่าของรายได้เธออาจได้วงเงินถึง cerca 140,000 บาท แต่ถ้ากู้เต็มจำนวนที่อัตราดอกเบี้ยประมาณ 22% ต่อปี ผ่อน 36 งวด ยอดผ่อนจะอยู่ราว 5,300 บาทต่อเดือน ซึ่งกินรายได้เกือบหนึ่งในห้า การเลือกกู้เพียง 100,000 บาทที่เงื่อนไขเดียวกันจะทำให้ยอดผ่อนเหลือประมาณ 3,800 บาทต่อเดือน และมีเงินเหลือรับมือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน
ประเด็นคือ "กู้เท่าที่จำเป็น" ไม่ใช่คำขวัญลอย ๆ แต่เป็นตัวเลขที่คำนวณได้ คุณลองใช้เครื่องคำนวณสินเชื่อของธนาคารใส่จำนวนเงิน ระยะเวลา และอัตราดอกเบี้ย แล้วดูว่ายอดผ่อนต่อเดือนยังเหลือที่ว่างให้ใช้ชีวิตอยู่ไหม ถ้าไม่เหลือ แปลว่าวงเงินนั้นใหญ่เกินไปสำหรับคุณตอนนี้
เอกสารและขั้นตอนที่ควรเตรียม
อย่างแรกคือตรวจข้อมูลเครดิตของตัวเองก่อนยื่น คำขอรายงานข้อมูลเครดิตทำได้ผ่านช่องทางของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้คุณเห็นว่ามีบัญชีอะไรอยู่บ้าง มีประวัติค้างชำระหรือไม่ และภาระผ่อนรวมเป็นเท่าไร ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณประเมินได้ว่ามีโอกาสอนุมัติแค่ไหน
อย่างที่สอง เตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น ทั้งบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้ย้อนหลังหลายเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง และหนังสือรับรองเงินเดือนถ้ามี เอกสารครบคือปัจจัยที่ทำให้อนุมัติเร็วที่สุดในหลายกรณี
อย่างที่สาม อ่านสัญญาก่อนเซ็นทุกครั้ง โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน ค่าปิดบัญชีก่อนกำหนด และดอกเบี้ยกรณีผิดนัดชำระ สินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไปมักไม่มีค่าธรรมเนียมการปิดก่อนกำหนด แต่ก็ควรตรวจในสัญญาของคุณเอง อย่าเซ็นสัญญาที่ปล่อยช่องว่างให้เติมทีหลัง และไม่ควรเซ็นเช็คค้ำประกันหรือเอกสารที่ไม่ได้ระบุจำนวนเงินชัดเจน
อย่างที่สี่ ถ้าคุณมีหนี้ค้างชำระสะสมจนกลายเป็นหนี้เสีย การกู้ใหม่มักไม่ใช่ทางออก แต่การเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหรือโครงการแก้หนี้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ผ่อนได้ในอัตราที่ต่ำลงมากและมีเส้นทางปิดหนี้ที่ชัดเจน
ก่อนจะกดสมัคร
เรื่องที่คนมักมองข้ามคือ "สินเชื่อส่วนบุคคล" กับ "การกู้ยืมระหว่างคนทั่วไป" ไม่ได้อยู่ใต้กฎเดียวกัน ถ้าคุณยืมเงินจากเพื่อนหรือญาติมากกว่า 2,000 บาท กฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ และดอกเบี้ยที่เรียกได้สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี ถ้ามีคนเสนอเงินกู้ส่วนตัวในอัตราสูงกว่านั้นหรือให้เซ็นเอกสารจำนวนเงินไม่ตรงกับที่รับจริง ควรถอยออกมาก่อน
อีกเรื่องคือช่องทางร้องเรียน ถ้าผู้ให้บริการทวงถามด้วยวาจารุนแรง โทรหาที่ทำงาน หรือติดต่อคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ นั่นอาจเข้าข่ายการทวงถามที่ไม่เหมาะสม ซึ่งมีกฎหมายควบคุมอยู่ และคุณสามารถขอคำปรึกษาได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือติดต่อสายด่วนของหน่วยงานที่ดูแลเรื่องหนี้โดยตรง
สุดท้าย ลองกลับไปดูตัวเลขของตัวเองหนึ่งรอบ ตรวจเครดิต ใส่ยอดผ่อนในเครื่องคำนวณ แล้วเทียบข้อเสนอสองสามรายอย่างใจเย็น ถ้าคำตอบที่ได้คือยอดผ่อนยังไหวและยังมีเงินเหลือพอใช้ในเดือนที่แย่ที่สุด การกู้ครั้งนี้ก็มีเหตุผล แต่ถ้าคำตอบคือต้องรัดเข็มขัดทุกวัน การเลื่อนออกไปอีกสักสองสามเดือนหรือหาทางเลือกอื่นอาจเป็นทางที่สบายใจกว่าในระยะยาว